วัดเวียงมรดกล้ำค่ากว่าพันปีจากบรรพชนเถิน
วัดเวียง
วัดเวียง เป็นวัดเก่าแก่ที่อยู่คู่ อำเภอเถินมากว่าพันปี (อ้างอิง จากงานวิจัยจากคณะอาจารย์และ นักศึกษาจาก ม.ช ที่ได้ศึกษาเปรียบเทียบลวดลายประดับซุ้มประตูโขงกับลวดลายจากวัดที่อื่นที่อยู่ในช่วงยุคทอง ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 21-23 รวมถึงจารึกเกี่ยวกับการสร้างวัด ทำให้ทราบว่าวัดเวียงอยู่ในช่วงเวลาดังกล่าวจริง) โดยมีอายุ และรูปแบบทางสถาปัตย์กรรมใกล้เคียงกับ วัดพระธาตุลำปางหลวง เพียงแต่ย่อขนาดลงเท่านั้น
เวียง ในความหมายก็คือใจกลางเมือของเมืองเถิน เพราะคำว่า " เวียง " มีความหมายว่า " เมือง " รอบๆวัดเวียงจึงมีกำแพงล้อมรอบทั้งกำแพงขอบของวัดที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน และกำแพงที่สร้างด้วยดินถึงสองชั้นและยังมีคูเมืองหรือที่เรียกว่า คือเมืองล้อมรอบอีกชั้นหนึ่ง
ประมาณ พ.ศ. ๑๑๕๗ เจ้าฟ้าดาวแก้วไข่ฟ้าซึ่งเป็นเจ้าเมืองเถินในสมัยนั้นได้สร้างวิหารและอุโบสถขึ้นโดยมีนางจำปาเทวีหรือ พระนางจามเทวีพระสหายของเจ้าเมืองได้ช่วยกันสร้าง พระยาเจ้าเมืองมีมเหสีชื่อ พระนางนารา และมี่นางป้อมนางเป็งเป็นบริวาร
ตามตำนานเล่าว่าพระนางจำปาเทวีปลูกขนุนขึ้นเพื่อเป็นหลักเมืองเรียกว่าต้นขนุนจามเทวี ต้นขนุนจามเทวีมีสามต้นคือที่ วัดพระธาตุดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ วัดพระธาตุลำปางหลวงหนึ่งต้น และที่วัดเวียงหนึ่งต้น ส่วนนางเป็งนั้นได้สร้างบ้านเรือนอยู่ทางทิศตะวันตกของวัดเวียง หรือที่เรียกว่า หนองสาง และนางป้อมก็ได้สร้างบ้านเรือนอยู่ที่ หนองผ้าอ้อม ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของวัดเวียงเช่นกัน ทั้งหมดได้ช่วยกันสร้างวัดเวียงและปลูกพืชไว้มากมาย ในยุคนั้นมีต้นโพธิ์ , ต้นจำปาแดง ฯลฯ พระยาดาวแก้วไข่ฟ้าได้สร้างวิหารไว้แต่ไม่ใหญ่เหมือนปัจจุบัน ส่วนนางจามเทวีหลังจากได้บูรณะพระธาตุเจ้าแล้วเดินทาง กลับจังหวัดลำพูน
ต้นขนุนที่พระนางจามเทวีได้ปลูกไว้ ตามที่ปรากฏในจารึก
ต่อมาแม่น้ำวังได้เซาะฝั่งเข้ามาใกล้ตัวเมือง(วัดเวียงในปัจจุบัน) อยู่ในเขตอันตรายเพราะแม่น้ำวังได้เซาะฝั่งมาถึงบริเวณ โรงเรียนบ้านเวียงในปัจจุบันนี้ผู้คนได้อพยพไปอยู่หนองสางหรือหนองผ้าอ้อมหรือเมืองของนางป้อมนางเป็ง และนางทั้งสองจึงได้มาตั้งจิตอธิษฐานต่อองค์พระธาตุเจ้าอันศักดิ์สิทธิ์เพื่อขอให้แม่น้ำวังเปลี่ยนทิศไปทางทิศ
ตะวันออกเมื่ออธิษฐานเสร็จแล้วอีกไม่นานแม่น้ำวังก็เปลี่ยนทิศไปทางทิศตะวันออกทำให้บริเวณกลางเมืองหรือวัดเวียงปลอดภัย ผู้คนจึงอพยบมาบูรณะบ้านเมืองเช่นเดิม หลังจากนั้นมาพม่าได้ยกทัพมาตีหัวเมืองฝ่ายเหนืออีก พระนางนาราและนางป้อมนางเป็งจึงหลบหนีสาบสูญไป และตามตำนานเล่าว่าพม่าได้มาบูรณะวัดเวียงอีกครั้งหนึ่งและได้เกณฑ์พวกญวนมาเป็นช่างสร้างวิหารให้ใหญ่กว่าเดิมรวมทั้งอุโบสถ และซุ้มประตูจนเสร็จสมบูรณ์

ภาพปูนปั้นใต้โขงประตูวัดเวียง
ในคราวที่บ้านเมืองก็เกิดศึกสงครามระหว่างไทยกับพม่า ผู้คนล้มหายตายจากกันไปจำนวนมาก วัดวาอารามก็จะถูกทำลายเสียหายไปมาก จึงกลายเป็นที่รกร้างว่างเปล่าไป พม่ารู้ดีว่าพระธาตุเจ้าวัดเวียงมีความ ศักดิ์สิทธิ์ เพราะในตำนานของพม่าก็มีกล่าวถึงไว้เช่นกัน พม่าจึงได้บูรณะให้เป็น ปูชนีย์ สถานสำคัญๆ แล้วพากันกราบไหว้บูชา
ต่อมาได้มีสงครามขึ้นอีกเมืองก็รกร้างไปอีครั้งหนึ่ง เพราะสงครามสมัยนั้นหากฝ่าย ใดชนะกวาดต้อนผู้คนไปหมดเมืองก็รกร้างว่าเปล่า ต้นไม้ก็ขึ้นปกคุมจนมองไม่ออกว่า บริเวณนี้มีพระธาตุอยู่ จนกระทั่งมีครูบาอาทิตย์ได้ ธุดงมาปักกลด แผ่เมตตาภาวนาอยู่ที่เมืองร้าง ( วัดเวียง ) เห็นว่าร้างอยู่จึงอยู่บูรณะขึ้นและได้นำญาติ
บ้านเดียวกับท่านคือ บ้านปงยางครก อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง มาตั้งบ้านเรือนใกล้ๆวัดสามครอบครัว จากนั้นก็ได้ช่วยกันบูรณะจน ดูเป็นวัดเป็นวาขึ้น และต่อมาศิษย์ของท่านชื่อ ครูบาอินทร์จันทร์ ก็ได้มาตามหาท่านและบังเอิญญาติของท่านที่ได้ตามมาล้มป่วยลง
ครูบาอินทร์จัทร์ต้องคอยรักษาโดยใช้สมุนไพร จึงออกไปหายาสมุนไพรตามรากไม้ในบริเวณป่าบริเวณม่อนเขา ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้คือม่อนงัวนอน และไปขุดหลุมหลามคำแผ่นหนึ่งจารึกเป็นภาษาขอม นำมาให้ครูบาอาทิตย์ อ่านดูจึงรู้ว่ามีพระธาตุสามแห่งดังกล่าวจึงช่วยกันบูรณะซ่อมแซมจนเป็นปูชนียสถานที่สำคัญสืบมา ทำให้มีความเจริญรุ่งเรืองอีกครั้งหนึ่ง
ตามบันทึกโบราณกล่าวไว้ว่า
" จึงมรจารีตประเพณีสงน้ำพระธาตุเจ้าแต่ก่อนดังนี้
เดือนห้าเป็งเหนือ ให้สรงน้ำพระธาตุเจ้าวัดเวียง
เดือนเจ็ดปีใหม่พระยาวันให้พากันไป สรงน้ำพระธาตุวัดอุมลอง
พอถึงเดือนแปดเป็งให้พากันไปสงน้ำพระธาตุเจ้าวัดดอยป่าตาล "
บ้านเมืองจัดรุ่งเรืองตลอดทั้งฝนก็จะตกต้องตามฤดูกาล ข้าวกล้าจักงอกงาม หากพากันเพิกเฉยเสียบ้านเมืองจะแห้งแล้งข้าวกล้าในนาจะ เหี่ยวแห้ง ฟ้าฝนก็จะไม่ตกต้องตามฤดูกาล "

ครั้งเมื่อกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้ยกทัพมาตีพม่าจนถอนกลับไป และยึดประเทศไทยตอนบนคืนมาจนหมด เมื่อพม่าแตกทัพแล้วสมเด็จพระนเรศวรก็ยกทัพกลับกรุงศรีอยุธยาโดยมีชาวบ้านบางส่วนได้เดินทางไปกรุงศรีอยุทธยาตามทัพหลวงไปไม่น้อย
วัดเวียง จึงเป็นวัดร้างอีกครั้งหนึ่ง จนกระทั้งในสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งราชวงศ์จักรีพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดบูรณะซ่อมแซม วัดวาอารามทั่วประเทศ ประชาชนก็เริ่มเข้ามาอาศัยอยู่และทำมาหากินในละแวกนี้ต่อไป ทางทิศตะวันตกของวัดเวียง คือบ้านเก่าของนางป้อมและนางเป็งก็มีวัดอยู่วัดหนึ่งชื่อ " วัดเพาะหนองสาง " มีปูหลงแสนคำเป็นเจ้าอาวาส
ปูหลงแสนคำก็ได้มาบูรณะซ่อมแซมและย้ายมาประจำอยู่ที่วัดเวียงตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา หลังจากปูหลวงแสนคำและพระสงฆ์ได้ช่วยกันบูรณะวัดเวียงแล้ว ก็ได้พบกับสิ่งปฏิหารย์ ในวัดเวียงคือ มีเสาวิหารต้นหนึ่งมีนางไม้ออกไป เล่นน้ำที่หนองท่วมซึ่งห่างจากวัดประมาณ ๒ กิโลเมตร ตอนเช้าจะมีจอกแหนติดอยู่ปลายเสามีสาหร่ายหรือแม้แต่หอยังติดมาด้วย
เสาต้นกลางที่เห็นในภาพยังมีปูนโบกทับจนทุกวันนี้
หลวงปูคำแสนจึงใช้เวทย์มนต์คาถาสะกดเสาต้นนี้และเอาโซ่เหล็กมาผูกไว้ที่โคนเสา จากนั้นก็มีผึ้งมาทำรังในโพรงเสาและมีหมีมา ควัก กินผึ้ง ( เพราะบริเวณวัดเวียงในสมัยนั้นยังติดกับป่าอยู่ ไม่เจริญเหมือนเช่นปัจจุบันนี้ ) เมื่อหมีมาควักกินผึ้งก็ทำให้เสาหลักแตก
หลวงปู่แสนคำจึงสั่งให้ช่วยกันเอาเสานั้นออกแล้วก่ออิฐฉาบปูนขึ้นแทนเสาต้นเดิม จนเห็นเช่นทุกวันนี้ นอกจากนั้น ยังมีต้นขนุนนางจามเทวี ซึ่งจะมีผลทุกปี ปีใดฟ้าฝนดีก็จะมีผลดกมากแม้แต่รากก็ยังมีผล ที่ทราบว่ารากมีผลก็เพราะ ว่าข้างๆ ต้นขนุนจะมีบ่อน้ำอยู่รากของต้นขนุนโผล่เข้าไปในบ่อน้ำ และมีผลให้เห็นได้ ผู้คนทั้งหลายต่างก็นับถือต้นขนุนต้นนี้มาก

ซุ้มโขงพระเจ้าวัดเวียงที่ยังคงสภาพที่สมบูรณ์ในจากอดีตถึงปัจจุบัน
เพราะถือว่าเป็นขนุนศักดิ์สิทธิ์ บางรายก็ไปสังเกตเลขข้างตามความเชื่อบางรายก็แอบไปดูโชคชะตาภายในวิหารยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่กับวัดเวียงอีกหนึ่งคือ พระเพชร เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย สมัยเชียงแสนขนาดองค์พระไม่ใหญ่นัก แต่บารมีนั้นมีมากมาย " พระเพชร " เป็พระพุทธรูปที่บรรจุไว้ในที่ปลอดภัยมาจนถึงปัจจุบันนี้ หากมีโอกาสผ่าน อ.เถิน อย่าลืมแวะนมัสการพระธาตุ และพระเพชรที่วัดเวียงนะครับ.

ถ่ายภาพ:Mr.Adventure
เรียงเรียงบทความ: Mr.Adventure
อ่านบทความเพิ่มเติมในหมวดเดียวกัน
*มารู้จักเมืองเถินกัน/Thoen Guide
*อลังการธรรมชาติสร้างสรรค์ ถ้ำผาขัน อ.เถิน/Parkun Cave
*อ่างเก็บน้ำแม่มอก เพชรเม็ดงามของแหล่งท่องเที่ยว อ.เถิน ที่รอการเจียระไน

หน้าแรก
สถานที่ราชการ
ติดต่อเรา










ข่าวท้องถิ่น
บทความน่าสนใจ
ว่าแล้ว \"กะจวนหมู่เฮามาโจ้ยกั๋นกึดโจ้ยกั๋นแป๋ง โจ้ยกั๋นเอาแฮง ฟื้นแป๋งประเพณี เปื่อศักดิ์ศรีีคนสังฆเติ๋นหื้อเจริญไปปายหน้า ว่าจะอั้นน่อ\" ดั่งคำขวัญตี้ว่า
\"โปร่งข่ามดัง น้ำแม่วังไหลผ่าน เวียงหน้าด่านล้านนา สิ่งบูชาสามพระธาตุ ธรรมชาติดื่นดาษตา ชมไก่ป่าเขาเวียงทอง\"
คงต้องผิด แปลกตา กว่าแต่ก่อน
สี่สิบปี ที่โบยบิน พลัดถิ่นจร
ให้อาวรณ์ ถึง อ.เถิน เกินบรรยาย
ดูวัดวา อาราม งามสดใส
คงจะได้ ผู้ใจบุญ หนุนสร้างถวาย
อีกบ้านเรือน ของชาวบ้าน ร้านเรียงราย
งามหลากหลาย กว่าแต่ก่อน กลอนกล่าวชม
แม่น้ำวัง ยังคงอยู่ คู่ อ.เถิน
ที่เจริญ ด้วยวัฒนธรรม นำสุขสม
แก้วโป่งข่าม ยังส่งผล คนนิยม
งามรื่นรมย์ ชมธรรมชาติ สะอาดตา
โดย ป้อหนานสุเปิ้นว่าจะอั้นน่อ
เราก็ดีใจมากที่เห็นเว็ปเมืองเถิน ต่อไปจะติดตามตลอดเลย
ปัจจุบันไม่ทราบว่าประเพณีสรงน้ำพระธาตุทั้งสามแห่งคือ ที่วัดเวียง อุมลอง ป่าตาล ยังคงปฏิบัติสืบสานประเพณีอยู่หรือไม่
และอยากให้ลงประวัติที่พักสงฆ์ "เขาเวียงทอง"หรือ"ดอยน่อย"ริมทางไป "บ้านนาบ้านไร่" เนื่องจากเห็นว่าปัจจุบันมีพระสงฆ์มาจำวัดแล้ว ที่น่าแปลกและน่าสนใจคือที่พักสงฆ์แห่งนี้จะมีไก่ป่าจำนวนมากเข้ามาอาศัยอยู่ใกล้พระและเชื่องด้วย ต่อไปถ้าโปรโมทดี ๆอาจจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่เพิ่มขึ้นก็ได้ โดยมีไก่ป่าเป็นจุดขาย
เพราะที่นั่น ก็มีประวัติ ยาวนานเล่าสืบต่อกันมา ว่าเป็นเมืองหน้าด่านเก่า ของเถิน ด้วนนะครับ