http://www.thoentoday.com
Engine by iGetWeb.com
 หน้าแรกข่าวท้องถิ่นพาเที่ยวเมืองเถิน สถานที่ราชการบทความน่าสนใจ ติดต่อเรา

พาเที่ยวเมืองเถิน

ไอทีน่ารู้

ชมรม/กิจกรรมสร้างสรรค์

บทความด้านสูขภาพ

เปิดไฟนอน อันตราย ต่อสุขภาพ
อาหารล้างพิษ 20 ชนิด
น้ำใบบัวบก ทำตาใสปิ๊ง
วิธีสังเกตอาการเบื้องต้นของมะเร็งชนิดต่างๆ
10 อาหารเสริมน่ารู้ สำหรับผู้ชาย
ซอสมะเขือเทศต้านสารพัดโรค
ไม่ออกกำลังกายโรค ‘อัลไซเมอร์’ ถามหา
อาการเสพติดภัยเงียบใกล้ตัวคุณ
อาหารเป็นพิษในฤดูร้อน
อาหาร 10 อย่างที่ไม่ควรกินมากเกินไป
เหล้านักฆ่าที่คนไม่กลัว?
ประโยชน์ของกล้วย
ลดน้ำหนักด้วยวิธีไหนดีกว่ากัน
ยาลดโมโหคลายอารมณ์โกรธ
คนขี้ลืมมาทางนี้มีทางแก้
อาหารชะลอตาเสื่อม
โรคลมแดด Heat Stroke โรคที่มักเกิดในช่วงฤดูร้อน
ดนตรีอัศจรรย์แห่งเสียงบำบัด
โรคธารัสซีเมีย
แพ้อากาศน้ำมูกไหล,คันจมูก,จาม
อาหารมื้อเช้า ลดความเครียด
ทำงานอย่างไรจึงไม่ล้า
มากินผักกันเถอะ
นั่งหน้าคอมพ์จนปวดคอ อย่านิ่งดูดาย
กระเพาะปัสสาวะอักเสบ
ทานอาหารครบ 5 รส ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพ
กินถั่วงอกดิบ มีโทษจริงหรือ
9 วิธีหนีอ้วน

ร้านอาหารอร่อยเมืองเถิน

อยากเก่งต้องอ่าน

สาระน่ารู้

มะเร็งผิวหนังเกิดจาก
พบระดับสาร บีพีเอ พุ่งสูงในคนกินอาหารกระป๋อง
คลิปโกลาหล ผู้คนวิ่งหนีตายภัยแผ่นดินไหวเขย่าอนุสาวรีย์วอชิงตัน
เมื่อฮาร์ดดิสก์คอมพิวเตอร์จมน้ำจะกู้ข้อมูลอย่างไร
วิธีดูแลรถไม่ให้เก่าและผุเร็ว
Mr.Bean ตอน ป่วนไปทั่ว
7 วิธีทำให้สมองฉลาดขึ้น
ดูที.วี ออนไลน์
ฝีมือขั้นเทพบินยกล้อ
หุ่นยนต์สาวที่เหมือนคนมากๆ ของญี่ปุ่น
6 เรื่องจริงเกี่ยวกับ Firefox 6
กัมมันตรังสี คุณอนันต์โทษมหันต์
วิธีรักษายางรถยนต์อย่างถูกวิธี
อ่านฉลากโภชนาการให้เป็น
ใบเสร็จสำคัญอย่างไร
ปี๋ใหม่เมืองบ้านเฮา ต้องช่วยกันรักษา
ROD STEWART - Have I Told You Lately
สวีเดนเตือนเด็กและวัยรุ่นเสี่ยงเพิ่ม 5 เท่าที่จะเป็นเนื้องอกในสมองชนิดร้ายแรงจากการใช้โทรศัพท์มือถือ
วิธีการป้องกันตนเองเบื้องต้น
คอมพิวเตอร์ ถ้าใช้ผิดวิธีต้องรับโทษอย่างไร
สร้างวินัยกับลูกด้วยความรัก
โธมัส อีดิสัน (Thomas Alva Edison)
สุดอลังการโชว์ชุด พระโพธิสัตว์กวนอิมพันกร
วิธีรับมือแก๊งค์คอลล์เซ็นเตอร์
โรควุ้นในลูกตาเสื่อม ภัยใกล้ตัวของผู้ใช้คอมพิวเตอร์
ดื่มกาแฟอย่างไร ไม่เสียสุขภาพ
เทคนิคการสร้างและรักษาประวัติข้อมูลเครดิต
ความหมาย 13 หลัก เลขรหัสบัตรประชาชนคนไทย
พายุฤดูร้อน
จมน้ำสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของเด็กไทย
สาเหตุของการเกิดคลื่นสึนามิ
ความรู้เรื่องแผ่นดินไหว
มารู้จักสัญลักษณ์แสดงความอันตรายของสารเคมี และวัสดุกัมมันตรังสี
วิธีรอดชีวิตเมื่อแผ่นดินไหว ตึกถล่มและติดอยู่ในตัวอาคาร
วิธีเลือกจอคอมพิวเตอร์ LCD
เคล็ดลับเด็ดๆสำหรับแม่บ้าน
บางสาเหตุของความอ้วน ที่คุณอาจคาดไม่ถึง
เรื่องน่ารู้สำหรับคนที่ใช้มือถือ
วิธีง่ายๆ สำหรับการประหยัดน้ำมัน
สอท.ประกาศผลข้อมูลคะแนนสูงสุด-ต่ำสุดแอดมิชชัน ปี 54
สอท.ประกาศผลข้อมูลคะแนนสูงสุด-ต่ำสุดแอดมิชชัน ปี 54 ชุดที่ 2 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

คนรักรถ

มีคลิปมาฝาก

คลิปเด่นวันนี้

บ้านน่าอยู่

ฟังเพลงฮิตดูคลิปเพลงดัง

เพื่อนนักเดินทาง

สินค้า

 กิ๊ฟชีอฟ

วัดดอยป่าตาล

วัดดอยป่าตาล


          วัดดอยป่าตาล ตั้งอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอเถินไปทางทิศตะวันตก ระยะทาง 5 กิโลเมตร ผมเองมาวัดนี้ครั้งแรกในช่วงที่ทำข้อมูลประว้ติ

เมืองเถินเพื่อนำไปประกอบการจัดงานสังฆเติ๋น ในครั้งแรกเรามาศึกษาประวัติความเป็นมาของวัดในหลายด้านกันก่อนนะครับ

             ตามตำนานกล่าวว่า ในอดีตชาติของพระโพธิสัตว์ปางเมื่อเสวยพระชาติ เป็นพญาวัว อุสุภราช อันกำเนิดแต่แม่วัวแดงและพ่อวัวแดง อาศัยอยู่ ณ เชิงเขา ด้านตะวันออกแม่น้ำวัง แม่วัวได้พาลูกเดินทางหากินมาถึงม่อนดอยอันร่มเย็น เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์นานาชนิด มียักษ์ใหญ่ 3 ตน รักษาขุมแก้ว ขุมเงิน ขุมคำ แม่วัวเคยพาลูก พญาอุสุภราช มานอนค้างแรม ณ. ม่อนดอยแห่งนี้ จึงเรียกว่า ม่อนวัวนอน คนโบราณเรียกว่า วัวดอยม่อนวัวนอน

          สำหรับการค้นพบ สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ เกี่ยวข้องต่อเนื่องจากการฟื้นฟูวัดเวียงด้วยเช่นกัน กล่าวคือเมื่อครูบาอาทิตย์ได้ ธุดงมาปักกลด แผ่เมตตาภาวนาอยู่ที่เมืองร้าง ( วัดเวียง ) เห็นว่าร้างอยู่จึงอยู่บูรณะขึ้นและได้นำญาติ 

              บ้านเดียวกับท่านคือ บ้านปงยางครก อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง มาตั้งบ้านเรือนใกล้ๆวัดสามครอบครัว จากนั้นก็ได้ช่วยกันบูรณะจน ดูเป็นวัดเป็นวาขึ้น และต่อมาศิษย์ของท่านชื่อ ครูบาอินทร์จันทร์ ก็ได้มาตามหาท่านและบังเอิญญาติของท่านที่ได้ตามมาล้มป่วยลง 

            ครูบาอินทร์จัทร์(หลวงจั๋น) ต้องคอยรักษาโดยใช้สมุนไพร จึงออกไปหายาสมุนไพรตามรากไม้ในบริเวณป่าบริเวณม่อนเขา ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้คือม่อนงัวนอน เพื่อหายาสมุนไพรมารักษาพี่ชาย แล้วได้พบกองอิฐและดิน จึงใช้เสียมขุดดู ปรากฏว่าได้พบผอบ (ผะ-อบ) ทองคำ ได้นำมาให้ครูบาอาทิตย์ เจ้าอาวาส วัดป่าตาลอ่านจากคำจารึก จึงทราบว่า สถานที่แห่งนี้ เป็นที่บรรจุพระเกศสธาตุของพระพุทธเจ้า ท่านจึงได้ร่วมกันบูรณะ โดยสร้างเจดีย์สูง 7 ศอก ครอบไว้

ตามบันทึกโบราณกล่าวไว้ว่า 

" จึงมรจารีตประเพณีสงน้ำพระธาตุเจ้าแต่ก่อนดังนี้

เดือนห้าเป็งเหนือ ให้สรงน้ำพระธาตุเจ้าวัดเวียง  

เดือนเจ็ดปีใหม่พระยาวันให้พากันไป สรงน้ำพระธาตุวัดอุมลอง

พอถึงเดือนแปดเป็งให้พากันไปสงน้ำพระธาตุเจ้าวัดดอยป่าตาล  

               บ้านเมืองจัดรุ่งเรืองตลอดทั้งฝนก็จะตกต้องตามฤดูกาล ข้าวกล้าจักงอกงาม หากพากันเพิกเฉยเสียบ้านเมืองจะแห้งแล้งข้าวกล้าในนาจะ เหี่ยวแห้ง ฟ้าฝนก็จะไม่ตกต้องตามฤดูกาล " 

 

       และหลังจากนั้น ได้มีผู้ทำนายไว้ว่าจะมีพระนักบุญเดินทางมาจากทิศอุดร ซึ่งเป็นผู้มีบุญบารมี มาทำการบูรณะสถานที่แห่งนี้ ให้เป็นสถานที่สำคัญสืบไป

                 ภาพถ่ายครูบาศรีวิชัยพร้อมด้วยสานุศิษย์และผู้ศรัทธา ที่ร่วมกันสร้างทางขึ้นสู่วัดพระธาตุดอยสุเทพได้สำเร็จในปี ๒๔๗๘

                 และ หลังจากนั้นท่านได้เดินทางไปบูรณะวัดต่างๆ ในภาคเหนือร่วมร้อยกว่าวัดรวมถึงวัดดอยป่าตาล อ.เถิน จ.ลำปาง

 ครูบาศร๊วิช้ย 

 

           ครั้นถึง พ.ศ.2469 - พ.ศ.2471 ครูบาเจ้าศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา ได้เดินทางมาจากวัดพระสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ตามคำพยากรณ์จริงๆ ครูบาเจ้าศรีวิชัยได้มาสร้างเจดีย์ครอบเจดีย์องค์เดิมให้สูง 30 เมตร ที่ยอดฉัตร มีลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐ์ไว้ และดำเนินการก่อสร้างสิ่งต่างๆ ตามลำดับ คือ วิหาร, บันได้นาค, หอไตร เป็นต้น ปัจุบันกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นโบราณสถานแห่งชาติ เมื่อปี พ.ศ.๒๔๗๗ และประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา ๖ แห่ง พรบ.โบราณสถานฯ เป็นโบราณสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญทางพุทธศาสนาแห่งหนึ่งของจังหวัดลำปาง

 

                                         *ภายในวิหารวัดดอยป่าตาล จะเห็นโครงสร้างของวิหารไม้ได้อย่างชัดเจน*

                                  เจดีย์ครอบเจดีย์องค์เดิมให้สูง 30 เมตร ที่ยอดฉัตร มีลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐ์ไว้

          พระธาตุเจดีย์ สูง 30 เมตร มีฐานจัตุรัส กว้าง 9 เมตร สร้างโดยครูบาศรีวิชัย เมื่อ พ.ศ.2469 ในปี พ.ศ.2501 ลูกแก้วยอดเจดีย์หลุดตกลงมา ครูบาอภิชัยขาวปี๋ (ลูกศิษย์ครูบาศรีวิชัย) เป็นประธานนำ ลูกแก้วขึ้นประดิษฐานดังเดิม เมื่อ พ.ศ.2502

                                                ด้านหน้าวิหารที่อยู่ติดกับ เจดีย์หันหน้าไปทางทิศตะวันออก

 

               ภาพมุมกว้างจากหอระฆังทำให้เห็นลักษณะโดยรอบพระวิหารวิหาร กว้าง 12 เมตร ยาว 22 เมตร หลังคามุงด้วยดินขอ สร้างโดยครูบาศรีวิชัย และคณะศิษยานุศิษย์ รวม พ.ศ.2469 มีศาลารายรอบวิหาร 3 ด้าน

ลักษณะวิหารสร้างแบบเรียบง่ายเพียงเพื่อมุ่งเน้นในการใช้ปฎิบัติกิจของสงฆ์เป็นส่วนใหญ่


                                                                    หลังคาวิหารมุงด้วยกระเบื้องดินขอแบบล้านนา

 

                        ในส่วนของโครงสร้างที่ทำด้วยไม้ แล้วมุงด้วยกระเบื้องขอ แบบล้านนาโบราณยังคงมีความสมบูรณ์ เพราะงานก่อสร้างในลักษณะแบบค่อนข้างใช้ความละเอียด โดยเฉพาะการเรียงกระเบื้องในแต่ละแผ่นซึ่งมีขนาดเล็กบาง นี่คือลักษณะเฉพาะของกระเบื้องดินขอ เท่าที่ทราบมาการทำกระเบื้องในลักษณะนี้ไม่ใช่ของง่าย  เพราะต้องเผาถึงสี่ครั้ง แถมของเก่าแก่ในบางเวลายังมีกลิ่นไม้หอมๆ ที่เกิดจากการนำไม้ที่มีกลิ่นหอมมาเป็นเชื้อเพลิงในการเผากระเบื้องด้วย นับเป็นภูมิปัญญาของคนในสมัยก่อนที่เก็บรายละเอียดเล็กๆน้อยๆมาผสมผสานในงานได้อย่างน่าทึ่งเลยทีเดียว 


                              หอไตรของเดิมนั้นผุพังตามกาลเวลาทางวัดได้บูรณะเพิ่มเติมแต่ยังคงส่วนต่างตามรูปแบบเดิมไว้

           หอไตร เป็นที่สำหรับเก็บรวบรวมธรรมใบลาน และพระไตรปิฎก ซึ่งเป็นคำสั่งสอนมานาน กว้าง 4.60 เมตร ยาว 9 เมตร สร้าง พ.ศ.2481 โดยครูบาคำ ห้อชัยวงศ์, ครูบาสีมา พรหมจกโก
          ปัจจุบันได้บูรณะซ่อมแซม คือ เปลี่ยนกระเบื้องมุงหลังคา เป็นดินขอ เปลี่ยนไม้กลอน, ไม้ระแนง และไม้ฝา โดยรักษาส่วนล่างที่เป็นปูนและลายแกะสลักดอกไม้หน้าจั่วเป็นของเดิมไว้

ที่ทางเข้าหอไตรมีการปั้นรูปเทวดา และยักษ์ไว้ที่หน้าทางเข้า (ภาพนี้เป็นภาพด้านซ้าย)

 ภาพนี้เป็นภาพด้านขวา

                        ที่วัดดอยป่าตาลนี้เราจะเห็นงานศิลปที่อิงุความเชื่อของคนล้านนาตามข้อมูลของมณี  พยอมยงค์ (2537, หน้า 8-13) กล่าว ว่า ชาวล้านนานิยมไสยศาสตร์มีอยู่เป็นอันมาก ทั้งที่ปรากฏในวรรณกรรมและความเป็นอยู่ของชาวบ้าน การใช้เวทมนตร์คาถาประกอบ ตลอดถึงความเชื่อที่คนล้านนานิยมนับถือต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีอำนาจลึกลับ เหนือมนุษย์ธรรมดา มีการบนบานสารกล่าว การอ้อนวอนขอพรต่อ   พระอินทร์และเทวดา หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่น ๆ เพื่อขอให้ช่วยเหลือ นอก จากนั้นความเชื่อเรื่องยักษ์ เรื่องของวิเศษยังปรากฏในวิถีชีวิตของชาวล้านนาในรูปแบบต่าง ๆ เช่น วรรณกรรมของล้านนาไทย พิธีกรรมการบวงสรวง การขอขมาเป็นต้น

            นอกจากรูปปั้นยักษืที่หน้าประตูหอไตรแล้วที่ทางขึ้นก็จะมีรูปปั้นยักษ์ อีกสองตนเฝ้าทางขึ้นด้วยเช่นกัน

                                               มุมมองจากบันไดนาคขึ้นสู่วัด ตรงทางเข้าจะมีรูปปั้นยักษ์สองตนอยู่

                                     บันไดนาค สร้างในสมัยครูบาศรีวิชัย มีความยาว 90 เมตร กว้าง 2.80 เมตร มีบันได 50 ซี่ สร้างประมาณ พ.ศ.2468 ความยาว (วัดจากบนถึงล่างสุด) 90 เมตร

              ในเรื่องความเชื่อเรื่องพระธาตุ ชาวล้านนาเชื่อว่าพระธาตุหรือกระดูกของพระพุทธเจ้าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นจึงประดิษฐานพระธาตุ ณ สถานที่อันทรงเกียรติ จารึกล้านนาได้ระบุว่าพระธาตุส่วนต่าง ๆ ของพระพุทธเจ้าได้นำไปประดิษฐาน ณ ที่แห่งใดในบางส่วนของดินแดนล้านนาเพื่อให้เป็นที่สักการบูชาของชาวล้านนาสืบไป

                                                                       ยักษ์กุมภัณฑ์ด้านซ้าย

                                                              ยักษ์กุมภัณฑ์อีกหนึ่งตนทางด้านขวา

          ยักษ์ 2 ตน เรียกว่า ยักษ์กุมภัณฑ์ ตามประวัติยักษ์ 2 ตนนี้กล่าวไว้ว่า โดนถูกสาบมาจากเทพชั้นสูงให้เฝ้าดูแลรักษาปกป้องปูชนียสถาน พร้อมกับบำเพ็ญเพียรตบะ เพื่อให้ได้พ้นกรรมที่เคยก่อกระทำไว้

           จากรูปปั้นยักษ์สอตนที่ทางเข้าแล้วยังมีรูปปั้นที่แปลกตานั่นคือปกติเราจะเห็นการปั้นเป็นรูปสิงห์หรือรูปสัตว์ในตำนานหรือวรรณกรรมแต่สำหรือรูปปั้นนี้กลับมีลักษณะที่แตกต่างกล่าวคือเป็นการเีลียนท่านั้งของสิงห์แต่กลับเป็นใบหน้าคน ซึ่ง สิงห์หน้าคน เรียกว่า พระสิงห์ตัวเมีย ตามประวัติกล่าวไว้ว่า เดิมที พระสิงห์ตัวนี้เป็นมนุษย์ เป็นธิดาของพระยา นางมีนิสัยชอบเที่ยวกลางคืน คืนหนึ่ง นางได้สมสู่กับสิงห์ตัวผู้  จนมีลูกหลานด้วยกัน  ก่อนนางตายได้สั่งเสียลูกหลานไว้ว่า ถ้าปั้นสิงห์ตัวผู้ไว้ ณ ที่แห่งหนใดก็ตาม ให้ปั้นรูปของตน โดยให้ตัวเป็นสิงห์หน้าเป็นนาง ไว้ที่นั่นด้วย โดยให้ปั้นสิงห์ตัวผู้ไว้ด้านทิศตะวันออก และปั้นตนไว้ด้านทิศตะวันตก(แต่ที่วัดดอยป่าตาลสิงห์ตัวนี้หันหน้าไปทางทิสตะวันออก)


                                                               
พระสิงห์ตัวเมีย

               ในเรื่องความเชื่อยักษ์เป็นผู้สถิตหรือรักษา ตามโบราณสถานเก่าๆ จะเป็นวัดร้าง  กู่เก่า เจดีย์เก่า ที่มีสมบัติฝั่งหรือสิ่งมีค่าหรือสิ่งที่เคารพบูชาของคนในอดีตซ่อนอยู่ ยักษ์ จะคอยพิทักษ์รักษาสมบัติเหล่านั้นเอาไว้ไม่ไห้ใครมาแตะต้อง  ยักษ์ที่อยู่ในวัดส่วนใหญ่เชื่อกันว่า  สำหรับคนในชุมชนล้านนาต่างมีความเชื่อว่าถ้าใครไปลบลู่ผีกับยักษ์ เช่นไปทำลายสิ่งของ ลักขโมย  ไปถ่ายของเสียรดในโบราณสถานเช่น วัดเก่าเจดีย์เก่า กู่เก่า ก็จะโดนยักษ์เล่นงานและถ้าโดนผีกับยักษ์เล่นงานแล้ว  โอกาสรอดชีวิตนั้นมีน้อยมาก  ชาวบ้านจะมีความเกรงกลัวยักษ์เป็นอันมาก

              วันเพ็ญเดือน 6 (ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 เหนือ) เรียกว่า วันวิสาขบูชา จะมีประเพณีสรงน้ำพระธาตุ โดยก่อนการจัดงานประเพณี คณะชาวบ้านเหล่ามะกอกทุกครัวเรือน ต้องช่วยกันเตรียมงาน คือ แผ้วถางหญ้าบริเวณวัด รอบๆวัด จัดเตรียมอุปกรณ์สิ่งของเครื่องใช้ เช่น เต๊นท์, โต๊ะ, เก้าอี้, ถ้วยชาม, แก้วน้ำ ของใช้ต่างๆ จนเรียบร้อย โดยมีบ้านป่าตาล บ้านน้ำโท้ง และบ้านแท่นดอกไม้ มาช่วยอีกส่วนหนึ่งด้วย ในวันงานจะ มีพุทธศาสนิกชนชาวอำเภอเถิน และอำเภอใกล้เคียง ได้พร้อมใจเดินทางมานมัสการ และสรงน้ำพระธาตุวัดดอยป่าตาลเป็นประจำทุกปีมาแต่โบราณกาล จนถือเป็นประเพณีสรงน้ำพระธาตุวัดดอยป่าตาลมาจนถึงทุกวันนี้

     เอาล่ะครับได้ชมส่วนต่างๆ ของวัดดอยป่าตาลไปแล้ว หากมีโอกาสแวะมานมัสการวัดสามเส้าของเมืองเถินที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ทั้งสามองค์พร้อมกัน นั่นคือ วัดเวียง วัดอุมลอง และวัดดอยป่าตาลบทความการมาเยือนวัดดอยป่าตาลด้วยคำาสอนของครูบาศรีวิชัย ตนบุญแห่งล้านนาลองนำไปพิจราณาดูนะครับ

**คำสั่งสอนของครูบาศรีวิชัย**

                 เครื่องประดับขัติยะนารีทั้งหลาย มีแก้วแหวนเงินทอง เป็นตัณหากามคุณเหมือนดั่งน้ำผึ้งแช่ยาพิษ สำหรับนำความทุกข์มาใส่ตัวโดยบ่มีประโยชน์สิ่งใดเลย แม่น้ำคงคา ยมนา อิรวดี มหิ มหาสรพู ซึ่งเป็นแม่น้ำใหญ่ทั้ง 5 แม่น้ำนี้ แม้นจักเอามาอาบให้หมดทั้ง 5 แม่นี้ก็บ่ อาจจะล้างบาป คือความเดือดร้อนภายในให้หายได้ ลมฝนลูกเห็บ แม้นจะตกลงมาหลายห่า เย็นและหนาวสักปานใด

                 ก็บ่อาจเย็นเข้าไปถึงภายในให้หายจากความทุกขเวทนาได้ศีล 5 เป็นอริยทรัพย์ เป็นต้นเหตุแห่งความบริสุทธิ์ เป็นน้ำทิพย์สำหรับล้างบาป คือความเดือดร้อนภายในให้หายได้

                 เมื่อศีลบริสุทธิ์แล้ว สมาธิ ความตั้งมั่นก็จะมีมา แล้วให้ปลุกปัญญา ปัญญาก็จักเกิดมีขึ้นได้ คือ ให้หมั่นรำลึกถึงตัวตนอยู่เสมอ ว่า บ่ใช่ตัว บ่ใช่ตน จนเห็นแจ้งด้วย ปัญญาของตน จึงเป็น สมุทเฉทประหารกิเลส หมดแล้ว จิตเป็นวิมุติ หลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งมวลได้.

"คน เราจะเป็นสุขเมื่อรู้จักพอดี ไม่มีใครได้อะไรตลอดไป หรือเสียอะไรตลอดไป ไม่มีใครหรือสิ่งไหนคงอยู่ตลอดไปโดยไม่สูญสิ้น ขอเพียงแค่รู้จักพอดีทุกคนจะเป็นสูข"


 

ถ่ายภาพโดย:Mr.Adventure

เรียบเรียงบทความโดย:thoentoday

อ่านบทความเพิ่มเติมในหมวดเดียวกัน

*ทักทายกันก่อนลุย

*มารู้จักเมืองเถิน

*วัดเวียงมรดกล้ำค่ากว่าพันปีจากบรรพชนเถิน

*วัดอุมลอง

*น้ำตกแม่วะ

*อลังการธรรมชาติสร้างสรรค์ ถ้ำผาขัน อ.เถิน

*อ่างเก็บน้ำแม่มอก เพชรเม็ดงามของแหล่งท่องเที่ยว อ.เถิน ที่รอการเจียระไน

*ถ้ำหลวง บ้านแม่พุ

 

 


Tags: วัดดอยป่าตาล อ.เถิน จ.ลำปาง

ความคิดเห็น

  1. 1
    กิตติศักดิ์  วงศ์หาญ
    กิตติศักดิ์ วงศ์หาญ kittisakmumic@hotmail.com 11/05/2011 19:39
  2. 2
    เดฟ
    เดฟ 24/03/2011 22:16
    วัดนี้มีความสำคัญมาก

    พระพุทธองค์  ทรงเสด็จมาพักที่ดอยแห่งนี้  พร้อมพระอรหันตสาวก


    เนื่องจาก อดีตชาติของท่านสมัยเป็น พระโคอสุภราช  ท่านตาม พระมารดาโค  มาที่แห่งนี้


    วัดที่เกี่ยวข้องกับพุทธประวัติส่วนนี้ จะสร้างโค ไว้ที่วัด 


    และเป็นวัดที่ ตนบุญของล้านนา  ทั้งสององค์  มาช่วยสร้างวัด  คือ  ครูบาศรีวิชัย(ครูบาศีลธรรม)และครูบาอภิชัยขาวปี


    ซึ่งนับว่า  มีไม่กี่วัด ที่  ครูบาทั้งสองตน  จะมาร่วมสร้าง

    โดยเฉพาะ  พระธาตุ  และ หอพระไตรปิฏก ฝีมือ ของครูบาศรีวิชัย

    มีคุณค่า ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญมาก
  3. 3
    เด็กวัดเก่า
    เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองชาวเมืองเถินนะครับ..

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

ปฎิทิน

« May 2012»
SMTWTFS
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031  

นาฬิกา

Alternative content

จดหมายข่าว

อีเมล์

สถิติ

เปิดเว็บ02/11/2010
อัพเดท18/05/2012
ผู้เข้าชม436,267
เปิดเพจ580,427
สินค้าทั้งหมด6

พาเที่ยวเมืองเถิน

ดูตารางเดินรถทัวร์ใน อ.เถิน


สถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่รับนักศึกษา_รหัสคณะหรือสาขาวิชาของสถาบันต่างๆ

เถินบุรีโมโตครอส ไซเคิลครอส ครั้งที่ 1

งานสงกรานต์เมืองเถินปี54

เก็บตกกีฬา อปท.อ.เถิน ประจำปี 25254

วันเด็กเมืองเถิน

เก็บภาพไฟคริสมาสสวยๆมาฝาก
 หน้าแรก ข่าวท้องถิ่น พาเที่ยวเมืองเถิน สถานที่ราชการ บทความน่าสนใจ ติดต่อเรา