ถ้ำหลวง บ้านแม่พุ อ.เถิน
ครั้งแรกที่ผมได้ยินชื่อถ้ำหลวง นี่ก็เป็นการท้าทายซะแล้ว หนานแมว(คนทางเหนือเวลาที่บวชแล้วเค๊าเรียกหนาม คล้ายๆกับการเรียกทิด ของคนภาคกลางล่ะครับ) หนานแมวแกเป็นคนพื้นที่ทางบ้านปางอ้า ทักทายผมด้วยโจทย์ที่ว่า มีถ้ำ ถ้ำหนึ่งอยู่ที่บ้านแม่พุ สภาพโดยรวมสวยงามยังไม่เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป พอดีทางเทศบาลเวียงมอกอยากจะรวบรวมแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ แต่มีปัญหาว่าอาจจะมืดนะจะถ่ายได้ไม๊? ประโยคนี่ท้าทายมากๆ ได้ไม่ได้ผมไม่ตอบคงตอบได้แต่เพียงว่าขอผมไปดูก่อน

นี่คือเส้นทางที่เราเดินทางออกจากบ้านแม่พุ ภูเขาลูกหน้านั่นคือเป้าหมาย
ถัดจากเขาไปก็เข้าเขต จ.สุโขทัย
เท่านั้นล่ะครับทีมงานก็ขอข้อมูลเพื่อศึกษาเส้นทาง ถ้ำหลวงอยู่ในเขตตำบลเวียงมอก พื้นที่หมู่บ้านแม่พุอยู่ห่างจากอ่างเก็บน้ำแม่มอกไปไม่ไกลสักเท่าไหร่หมู่บ้านนี้ถือเป็นหมู่บ้านสำคัญในประวัติศาสตร์ ของล้านนาและสุโขทัยที่เดียวล่ะครับ เนื่องจากว่าเป็นประตูทางผ่านของคนจากล้านนาจะเข้าสู่สุโขทัย หรือสุโขทัยจะมาล้านนาก็จะต้องเดินทางผ่านด่านนี้ (ไว้ไปอ่านรายละเอียดอีกทีนะครับ)

ถนนในช่วยเดือน พฤศจิกายน แล้วแต่ก็ยังแฉะอยู่ อากาศชุ่มชื้นดีครับ
หลังจากที่มาสำรวจในช่วงแรกๆ ก็กลับมาวางแผนการเดินทางว่าจะต้องเตรียมอะไร? บ้างหลังจากนั้นก็เข้าพื้นที่โดยอาศัยชาวบ้านในพื้นที่นำทางเข้าไป..เราเดินทางออกจากตัวหมู่บ้านเลียบคลองส่งน้ำเข้าสู่เขตป่า มีเส้นทางให้ขี่มอเตอร์ไซด์ ประมาณ 4 กม. เส้นทางร่มรื่นขนาดเดือน พ.ย. แล้ว ดินยังมีโคลนแฉะอยู่เลยเพราะแดดส่งไม่ค่อยถึงพื้นป่าบางช่วงเป็นป่าเบญจพรรณ เราขี่รถเข้าไปจนถึงไร่ของคุณลุงใจดีท่านหนึ่งบริเวณไร่มีต้นหญ้ามีต้นไม้เล็ก ๆ ขึ้นบรรยากาศน่าตั้งเต็นท์ทีเดียวล่ะครับ ก็เลยถือโอกาสฝากรถไว้ที่นั่น แล้วเดินเท้าต่อไปอีกประมาณ 2 กม. ตามเส้นทางผ่านลำธารบ้างเจอต้นไม้ใหญ่ตลอด น่าดีใจมันเห็นมันนะครับ (ตอนนี้สามารถขี่รถไปถึงบริเวณทางขึ้นได้แล้ว)

ทางก่อนจะถึงไร่ที่เราไปฝากรถกลางป่า
จริงๆ ผมว่าไม่จำเป็นสักเท่าไหร่เรื่องของถนนสาเหตุก็เพราะไม่อยากรบกวนธรรมชาติ อยากให้มันอยู่ของมันอย่างนั้น การเดินในระยะทาง 2 กม .ได้ศึกษาธรรมชาติ ได้ออกแรงใช้ทักษะการเดินป่าบ้างมันน่าจะเป็นประสบการณ์ที่ดีในการเรียนรู้ คนในเมืองในปัจจุบันอยู่กับสิ่งอำนวยความสะดวกจนไม่มีทักษะการเอาตัวรอดในธรรมชาติ เหมือนกับคนที่อยู่กับธรรมชาติ จำซึนามิได้ไม๊ครับ ครั้งนั้นชาวมอร์แกนหนีขึ้นเขากันหมดเพราะชาวมอร์แกนเป็นชนพื้นเมือง ที่อยู่กินกับธรรมชาติมาตลอดและยังได้รับการถ่ายทอดในประสบการณ์ในการสังเกตุดินฟ้าอากาศเป็น ฉะนั้นการได้มีโอกาสใช้ทักษะ ตา หู จมูก แล้วก็แรงของตนเองบ้างนี่ผมว่ามันเป็นประสบการณ์ ที่ดีทีเดียวล่ะครับเผื่อวันดีคืนดีถ้าตกต้องไปอยู่ในสถานะการณ์จำเป็นทักษะการเอาตัวรอดในธรรมชาตินี่ล่ะที่จะช่วยท่านได้

ทีมงานเราเดินตามลำธารบ้าง ทางเก่าชาวบ้านบ้างสลับกันไป

ต้นไม้ขนาดใหญ่มีให้เห็นตลอดเส้นทาง
00000 จากทางเรียบข้ามลำธารไปไม่ไกลเราเดินขึ้นเขาลัดเลาะตามเส้นทางของชาวบ้าน ที่เดินจนเป็นร่อยรอยให้เราตามขึ้นไปได้ พอถึงปากถ้ำต้นไม้ขึ้นเต็มไปหมดแถวนั้นอากาศเย็นสบายครับ ใจหนึ่งก็อยากนั้งพักอีกใจก็ตื่นเต้นอยากเข้าไปสำรวจภายในเร็วๆ

บริเวณปากถ้ำ
เพราะแค่เห็นบริเวณปากถ้ำที่เป็นหินย้อยลงมาบวกกับตะไคร่น้ำที่จับเป็นสีเขียว ทำให้ดูแปลกตา ก็ทำให้นั้งไม่ค่อยติดจากตอนแรกที่ออกจะรู้สึกเหนื่อยก็ดูจะหายเหนื่อยไปแล้ว..บริเวณหน้าถ้ำจะมีก้อนหินใหญ่บังปากถ้ำอยู่ มีทางเดินเล็กลงไปซักนิดก็จำเป็นโถงอย่างที่เห็นนี่ล่ะครับ

พอลงมาจากบริเวณปากถ้ำ ก็จะเป็นบริเวณโถงตรงนี่ล่ะครับ
พอมาเดินมาอีกหน่อยก็จะพบพระประธานองค์ไม่ใหญ่นักเท่าที่ทราบ ที่นี่มักจะมีพระมาธุดงค์เสมอก็เลยมีพระบางคณะท่านนำพระประธานองค์นี้มาประดิษฐานไว้ที่นี่ แต่ที่สะดุดตาเห็นจะเป็นบริเวณที่ตั้งองค์พระประธานนั่นล่ะครับ คือมันเป็นหินย้อยที่ลงตัวตัวพอดีจริงๆ เอาอะไร? มาวางก็ไม่เหมาะเท่าองค์พระอย่าที่เห็น

ถัดเข้าไปภายในจะเป็นโถงใหญ่ มีหินน่าจะเป็นหินย้อยที่หล่นลงมาดูปรูทรงคล้ายไก่แจ้ อันนี้แล้วแต่จะจินตนาการนะครับ ใครจะมองเป็นไก่อู้ ไก่โต้งก็ไม่ว่ากัน

ก้อนนี้ล่ะที่บอกว่าดูคล้ายๆไก่แจ้
อากาศภายใน้ถั้ำาส่วนนี้ไม่อึดอัดเพราะอากาสเข้าได้ทั้งสองทางค่อนข้างโล่งครับ

บริเวณโถงถัดจากพระประธานเข้ามา

เราเดินผ่านโถง้ถำเข้าไปจะพบปล่องที่แสงส่องลงมาดูด้วยสายตาก็นับว่าสูงเลยทีเดียว ตรงจุดนี้พบหินงอก และหินย้อยสวยคนล่ะแบบตรงหินงอกคล้ายสถูป ส่วนหินย้อยคล้ายหัวไดโนเสาร์


หินย้อยที่ผนังถ้ำก่อนข้าสู่โถงถ้ำที่ 2
ถัดไปจะมีอีกโถงครับเป็นห้องใหญ่สูงแบบโรงตีแบ๊ดเลย แต่ที่น่าสนใจก็คงจะเป็นหินย้อยที่ตั้งอยู่ชิดผนังกลางๆห้องนั่นล่ะครับ ผมดูกี่ทีก็คล้ายพระนุ่งจีวรเลยล่ะครับ(แล้วแต่จินตนาการอีกแล้วครับท่าน)

ก็ลองชมๆ กันดูแล้วกันว่าจะมองเป็น? อะไร..เรามาหยุดการสำรวจที่ห้องนี้ แล้วก็เดินทางกลับหากมีโอกาสได้กลับไปเยือนอีกจะเก็บเรื่องราวมาเล่าให้อ่านเก็บภาพมาให้ชมอีกนะครับ

ถ่ายภาพ:Mr.Adventure
เล่าเรื่อง:Mr.Adventure
อ่านบทความเพิ่มเติมในหมวดเดียวกัน
*วัดเวียงมรดกล้ำค่ากว่าพันปีจากบรรพชนเถิน
*อลังการธรรมชาติสร้างสรรค์ ถ้ำผาขัน อ.เถิน
*อ่างเก็บน้ำแม่มอก เพชรเม็ดงามของแหล่งท่องเที่ยว อ.เถิน ที่รอการเจียระไน

หน้าแรก
สถานที่ราชการ
ติดต่อเรา










ข่าวท้องถิ่น
บทความน่าสนใจ
อยากให้ลองไปดูกัน
แต่อย่าทำลายต้นไม้ลำธาร
(ดาวพระศุกร์ ส.ท่านาง)
wow fantastic !
It's a very nice place in Thailand.
Would you like to visit it?
I belive that you will it !