http://www.thoentoday.com
Engine by iGetWeb.com
 หน้าแรกข่าวท้องถิ่นพาเที่ยวเมืองเถิน สถานที่ราชการบทความน่าสนใจ ติดต่อเรา

พาเที่ยวเมืองเถิน

ไอทีน่ารู้

ชมรม/กิจกรรมสร้างสรรค์

บทความด้านสูขภาพ

เปิดไฟนอน อันตราย ต่อสุขภาพ
อาหารล้างพิษ 20 ชนิด
น้ำใบบัวบก ทำตาใสปิ๊ง
วิธีสังเกตอาการเบื้องต้นของมะเร็งชนิดต่างๆ
10 อาหารเสริมน่ารู้ สำหรับผู้ชาย
ซอสมะเขือเทศต้านสารพัดโรค
ไม่ออกกำลังกายโรค ‘อัลไซเมอร์’ ถามหา
อาการเสพติดภัยเงียบใกล้ตัวคุณ
อาหารเป็นพิษในฤดูร้อน
อาหาร 10 อย่างที่ไม่ควรกินมากเกินไป
เหล้านักฆ่าที่คนไม่กลัว?
ประโยชน์ของกล้วย
ลดน้ำหนักด้วยวิธีไหนดีกว่ากัน
ยาลดโมโหคลายอารมณ์โกรธ
คนขี้ลืมมาทางนี้มีทางแก้
อาหารชะลอตาเสื่อม
โรคลมแดด Heat Stroke โรคที่มักเกิดในช่วงฤดูร้อน
ดนตรีอัศจรรย์แห่งเสียงบำบัด
โรคธารัสซีเมีย
แพ้อากาศน้ำมูกไหล,คันจมูก,จาม
อาหารมื้อเช้า ลดความเครียด
ทำงานอย่างไรจึงไม่ล้า
มากินผักกันเถอะ
นั่งหน้าคอมพ์จนปวดคอ อย่านิ่งดูดาย
กระเพาะปัสสาวะอักเสบ
ทานอาหารครบ 5 รส ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพ
กินถั่วงอกดิบ มีโทษจริงหรือ
9 วิธีหนีอ้วน

ร้านอาหารอร่อยเมืองเถิน

อยากเก่งต้องอ่าน

สาระน่ารู้

มะเร็งผิวหนังเกิดจาก
พบระดับสาร บีพีเอ พุ่งสูงในคนกินอาหารกระป๋อง
คลิปโกลาหล ผู้คนวิ่งหนีตายภัยแผ่นดินไหวเขย่าอนุสาวรีย์วอชิงตัน
เมื่อฮาร์ดดิสก์คอมพิวเตอร์จมน้ำจะกู้ข้อมูลอย่างไร
วิธีดูแลรถไม่ให้เก่าและผุเร็ว
Mr.Bean ตอน ป่วนไปทั่ว
7 วิธีทำให้สมองฉลาดขึ้น
ดูที.วี ออนไลน์
ฝีมือขั้นเทพบินยกล้อ
หุ่นยนต์สาวที่เหมือนคนมากๆ ของญี่ปุ่น
6 เรื่องจริงเกี่ยวกับ Firefox 6
กัมมันตรังสี คุณอนันต์โทษมหันต์
วิธีรักษายางรถยนต์อย่างถูกวิธี
อ่านฉลากโภชนาการให้เป็น
ใบเสร็จสำคัญอย่างไร
ปี๋ใหม่เมืองบ้านเฮา ต้องช่วยกันรักษา
ROD STEWART - Have I Told You Lately
สวีเดนเตือนเด็กและวัยรุ่นเสี่ยงเพิ่ม 5 เท่าที่จะเป็นเนื้องอกในสมองชนิดร้ายแรงจากการใช้โทรศัพท์มือถือ
วิธีการป้องกันตนเองเบื้องต้น
คอมพิวเตอร์ ถ้าใช้ผิดวิธีต้องรับโทษอย่างไร
สร้างวินัยกับลูกด้วยความรัก
โธมัส อีดิสัน (Thomas Alva Edison)
สุดอลังการโชว์ชุด พระโพธิสัตว์กวนอิมพันกร
วิธีรับมือแก๊งค์คอลล์เซ็นเตอร์
โรควุ้นในลูกตาเสื่อม ภัยใกล้ตัวของผู้ใช้คอมพิวเตอร์
ดื่มกาแฟอย่างไร ไม่เสียสุขภาพ
เทคนิคการสร้างและรักษาประวัติข้อมูลเครดิต
ความหมาย 13 หลัก เลขรหัสบัตรประชาชนคนไทย
พายุฤดูร้อน
จมน้ำสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของเด็กไทย
สาเหตุของการเกิดคลื่นสึนามิ
ความรู้เรื่องแผ่นดินไหว
มารู้จักสัญลักษณ์แสดงความอันตรายของสารเคมี และวัสดุกัมมันตรังสี
วิธีรอดชีวิตเมื่อแผ่นดินไหว ตึกถล่มและติดอยู่ในตัวอาคาร
วิธีเลือกจอคอมพิวเตอร์ LCD
เคล็ดลับเด็ดๆสำหรับแม่บ้าน
บางสาเหตุของความอ้วน ที่คุณอาจคาดไม่ถึง
เรื่องน่ารู้สำหรับคนที่ใช้มือถือ
วิธีง่ายๆ สำหรับการประหยัดน้ำมัน
สอท.ประกาศผลข้อมูลคะแนนสูงสุด-ต่ำสุดแอดมิชชัน ปี 54
สอท.ประกาศผลข้อมูลคะแนนสูงสุด-ต่ำสุดแอดมิชชัน ปี 54 ชุดที่ 2 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

คนรักรถ

มีคลิปมาฝาก

คลิปเด่นวันนี้

บ้านน่าอยู่

ฟังเพลงฮิตดูคลิปเพลงดัง

เพื่อนนักเดินทาง

สินค้า

 กิ๊ฟชีอฟ

ชมรมเปตองเมืองเถิน

เปตอง เป็นกีฬาที่สมเด็จย่าทรงโปรดและทรงสนับสนุนจนเผยแพร่อย่างกว้างขวางทั่วประเทศ ...

ประวัติความเป็นมากีฬาเปตอง ในประเทศไทย

           กีฬา เปตองได้เริ่มเข้ามาในประเทศไทยเมื่อ พ.ศ 2518 โดยการริเริ่มของนายจันทร์ โพยหาญ ซึ่งเป็นผู้บุกเบิก และนำกีฬาเปตองเข้ามาเผยแพร่ให้คนได้รู้จักอย่างเป็นทางการคนแรก แต่ขณะนั้นยังขาดอุปกรณ์การเล่นเปตอง (ลูกบูล) จึงได้ปรึกษา และชักชวนนายดนัย ตรีทัศนาถาวร และนายชัยรัตน์ คำนวณ ซึ่งเป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงมากในขณะนั้น เป็นผู้ลงทุนสั้งลูกเปตองเข้ามาจำหน่ายและเผยแพร่ในประเทศไทย

           แต่เปตองเป็นกีฬาที่ใหม่อยู่มากในเมืองไทย ยังมีคนรู้จักน้อยลูกเปตองยังจำหน่ายไม่ได้ แต่นายดนัย ตรีทศถาวร ซึ่งเป็นผู้ที่มองการไกล และเห็นประโยชน์ และความสำคัญของกีฬาเปตอง จึงได้ทำการจ่ายแจกให้แก่ส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ รวมทั้งภาคเอกชนที่สนใจทั่วไป เพื่อเป็นการเชิญชวนให้หันมาเล่นกีฬาประเภทนี้ดูบ้าง

           ต่อมานายจันทร์ โพยหาญ ได้นำเรื่องนี้ไปปรึกษากันนายศรีภูมิ สุขเนตร ซึ่งเป็นอดีตนักเรียนเก่าฝรั่งเศส ซึ่งมีความรู้ ความสามารถในเรื่องของกีฬาเปตองเป็นอย่างดี และอีกท่านยังไม่ได้กล่าวนาม ได้ร่วมกันจัดตั้งสมาคมเปตองและโปรวังซาลแห่งประเทศไทยขึ้น เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2519 โดยมีนายศรีภูมิ สุขเนตร เป็นนายกสมาคมคนแรก

            แต่ก็ไม่ได้รับความสำเร็จเท่าที่ควร เพราะยังขาดผู้สนับสนุน จนคิดว่าจะล้มเลิกความมุ่งหมายที่จะเผยแพร่ต่อไปอีก แต่โชคยังเข้าข้างผู้ที่มุ่งหวังกระทำความดีเสมอ ตราบเมื่อสมเด็จพระศรีนครินทรบรมราชชนนี เสด็จพระราชดำเนินที่เขื่อนห้วยหลวง จังหวัดอุดรธานี เมื่อ พ.ศ 2521 นายจันทร์ โพยหาญ ได้นำอุปกรณ์กีฬาเปตองไปแนะนำวิธีการเล่นให้แก่ข้าราชบริพาร และพระองค์ทรงโปรดปรานมาก ทรงรับสั่งว่า “พระองค์ เคยเล่นกีฬาประเภทนี้ตั้งแต่พงองค์พระชนมายุ 30 กว่า กีฬาเปตองมีประโยชน์มากได้ทั้งบริหารร่างกายเพื่อให้มีสุขภาพดี และสร้างสรรค์ความสามัคคีในหมู่คณะซึ่งมีประโยชน์มากมายสำหรับคนไทย ขอให้นายจันทร์ โพยหาญ จงทำหน้าที่ต่อไป พระองค์ช่วงส่งเสริม และเผยแพร่ให้อีกทางหนึ่ง”

                                                     สมเด็จย่า ทรงโปรดกีฬาเปตอง ทรงมีรับสั่งว่า
                                                             "เปตองเป็นยาวิเศษสำหรับฉัน" 

            วันที่ 9 ตุลาคม 2527 สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับสมาคมเปตอง และโปรวังซาล แห่งประเทศไทย ไว้ในพระราชูปถัมภ์ เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2530 ได้เปลี่ยนชื่อสมาคมเปตอง และโปรวังซาลเป็นสหพันธ์เปตองแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรี นครินทราบรมราชชนนี ต่อมาได้แก้ไขข้อบังคับสหพันธ์ฯ เพื่อให้เป็นไปตาม พ.ร.บ. การกีฬาแห่งประเทศไทยจึงเปลี่ยนชื่อเป็นสหพันธ์เปตองแห่งประเทศไทยเป็น “สมาคมเปตองแห่งประเทศไทย” เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2543 และได้รับการรับรองจากการกีฬาแห่งประเทศไทย สนับสนุนงบประมาณเป็นเงินอุดหนุนสมาคมฯ ประจำปีจากรัฐบาลตั้งแต่ปี พ.ศ 2538 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน

 

ประวัติความเป็นมากีฬาเปตอง อ.เถิน

               หลังจากปีพุทธศักราช 2520 เป็นต้นมา กีฬาเปตองเริ่มเป็นที่รู้จักและมีการเล่นแพร่หลายขึ้น   ในเขตอำเภอเถิน  โดยข้าราชการอำเภอจำนวนหนึ่ง ซึ่งใช้เวลาว่างตอนเย็นหลังจากเลิกงานเล่นฝึกซ้อมเพื่อออกกำลังกายหรือ สังสรรค์กันในกลุ่มข้าราชการ ต่อมาได้มีการจัดการแข่งขันภายในระหว่างหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ เอกชน ครู และประชาชนทั่วไป  

 

            สถานที่ฝึกซ้อมและจัดแข่งขันนั้น     ใช้พื้นที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอเถินเป็นสนามกลาง การเล่นเปตองจึงเริ่มเป็นที่นิยมและมีผู้สนใจเล่นกีฬาประเภทนี้เพิ่มมากขึ้น แต่ยังไม่เป็นที่นิยมเล่นกันในหมู่ประชาชนทั่วไปมากนัก  เนื่องจากลูกเปตองมีราคาสูง  เป็นสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ อีกทั้งยังไม่มีจำหน่ายแพร่หลายทั่วไป  ต่อมามีนโยบายส่งเสริมการเล่นและการแข่งขันกีฬาเปตอง ทั้งในชุมชนและสถานศึกษา มีการจัดการแข่งขันเพื่อความเป็นเลิศประเภทประชาชนทั่วไป ประเภทเยาวชน ในระดับจังหวัด ระดับเขต และระดับประเทศ  ทางราชการได้สนับสนุนงบประมาณหรือจัดหาอุปกรณ์กีฬา เช่น  ลูกเปตอง ให้แก่สถานศึกษา หรือหน่วยงานต่าง ๆ ใช้ฝึกซ้อมเพื่อส่งนักกีฬาเข้าแข่งขัน ผลจากการสนับสนุนส่งเสริมทำให้นักกีฬาเยาวชนของอำเภอเถิน ได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนของจังหวัดและเขตการศึกษาเข้าแข่งขัน ประสบความสำเร็จ  มีความสามารถเป็นที่ยอมรับในแวดวงกีฬาเปตอง

             ปีพุทธศักราช 2551 เทศบาลตำบลล้อมแรดจัดสร้างสนามเปตอง จำนวน 2 สนาม ณ. บริเวณสวนสาธารณเมืองเถิน  และสนับสนุนลูกเปตองจำนวนหนึ่งสำหรับฝึกซ้อม  สมาชิกนักกีฬาเปตองจึงมารวมกันใช้สนามแห่งนี้ฝึกซ้อมและแข่งขันกันเป็นประจำ  เมื่อมีจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้น  จำเป็นต้องขยายสนามเพิ่มเป็น 4 สนามให้ เพียงพอต่อการฝึกซ้อมและสามารถใช้เป็นสนามแข่งขันในโอกาสต่างๆ   และบรรดาสมาชิกมีความเห็นตรงกันให้จัดตั้งชมรมเปตองเป็นการถาวร โดยใช้ชื่อว่า “ ชมรมเปตองเมืองเถิน” เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม  พ.ศ. 2552

            เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ   เพื่อเป็นศิริมงคลต่อชมรมและสมาชิกชมรม  สามารถดำเนินการส่งเสริมกีฬา เปตองของอำเภอเถินให้พัฒนาไปในทุกด้าน สืบไป

 

 

อุปกรณ์การเล่นเปตอง
1. ลูกเปตอง (ลูกบูล) เป็นลูกทรงกลมด้านในกลวง ทำด้วยโลหะมีเส้นผ่านศูนย์กลางระหว่าง 71-76 ม. มีน้ำหนัก 350-800 กรัม มีเครื่องหมายของโรงงานผู้ผลิต ตัวเลขแสดงน้ำหนัก และเลขรหัสปรากฎอยู่บนลูกบูลอย่างชัดเจน หมายเหตุ : ปัจจุบันประเทศไทยมีลูกเปตองที่ทำด้วย พลาสติกเรียกว่า “ลูกพลาสตอง” ผลิต จำหน่าย โดยบริษัท มาราธอน มีขนาด น้ำหนัก มาตรฐาน ใกล้เคียงกับลูกเปตองสามารถใช้เล่นฝึกซ้อม หรือแข่งขันได้ในบางรายการ
2. ลูกเป้า เป็นลูกทรงกลมทำด้วยไม้เนื้อแข็ง หรือพลาสติก มีเส้นผ่านศูนย์กลางระหว่าง 25-35 ม.ม. ทาสีที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน
3. สนามเล่น สามารถเล่นได้ทุกสนาม ที่มีด้านหน้าเรียบยาวตรงพอประมาณ ขนาดของสนามกว้าง 4 เมตร ยาว 15 เมตร (ยกเว้นพื้นไม้ พื้นคอนกรีตลาดยาง)

ประเภทการเล่น
แบ่งประเภทการเล่นเป็น 3 ประเภท คือ
1. ประเภทเดี่ยว ใช้ลูกบูล 3 ลูก
2. ประเภทคู่ คู่ผสม ใช้ลูกบูลคนละ 3 ลูก
3. ประเภททีม ใช้ลูกบูลคนละ 2 ลูก

วิธีการเล่นเปตอง
แบ่งผู้เล่นออกเป็น 2 ฝ่าย ๆ ละเท่า ๆ กัน ให้ลูกบูลมีลวดลายต่างกัน
- เริ่มด้วยการเสี่ยง เพื่อตัดสินว่าฝ่ายใดจะเป็นฝ่ายได้เริ่มเล่นก่อน
- ฝ่ายชนะเสื่ยงเริ่มเล่นคนใดคนหนึ่ง เลือกจุดเริ่มต้น เขียนวงกลมบนพื้นสนามเส้นผ่านศูนย์กลาง ระหว่าง 35-50 ซม. ห่างจากเส้นสนามได้น้อยกว่า 1 เมตร
- ฝ่ายชนะการเสี่ยงคนใดคนหนึ่งเข้าไปโยนลูกเป้าในสนาม ให้ห่างจากจุดเริ่มต้น ตามระยะดังนี้
- สำหรับเด็กเล็ก    ไม่น้อยกว่า 4 เมตร ไม่เกิน 8 เมตร
- สำหรับเยาวชน    ไม่น้อยกว่า 5 เมตร ไม่เกิน 9 เมตร
- สำหรับเยาวชน    ไม่น้อยกว่า 6 เมตร ไม่เกิน 9 เมตร
- ผู้ใหญ่หรือทั่วไป ไม่น้อยกว่า 6 เมตร ไม่เกิน 10 เมตร

การบริหารร่างกายก่อนและหลังการฝึก
ก่อนการเล่น
การบริหารร่างกายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักกีฬาทุกคน และต้องปฏิบัติเป็นประจำ ก่อนและหลังการฝึกซ้อมทุกครั้ง เพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนให้ระบบภายในต่าง ๆ ของร่างกายตื่นตัว ระบบประสาทมีความฉับไวในการรับคำสั่งจากสมอง ไม่เกิดอาการเฉื่อยชา ระบบการหายใจทำงานได้สะดวก หัวใจสูบฉีดโลหิตได้ดี ปอดมีการขยายตัว ทำให้มีความจุของปอดทำออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายได้เพียงพอ นอกจากนั้นยังทำให้กล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ของร่างกายยืดหยุ่น แข็งแรงทนทานพร้อมที่จะเริ่มต้นฝึกซ้อมได้

หลังการเล่น
หลังการฝึกซ้อมทุกครั้ง ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเกิดความตึงเครียด และเสียพลังงานไปเป็นจำนวนมาก การบริหารร่างกายหลังการฝึกซ้อม เช่น บีบ นวด กด จับ ทุกสลับกันไป จะเป็นการผ่อนคลายความตึงของกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ไม่ให้เกิดความเมื่อยล้า และนอกจากนี้ยังช่วยให้ระบบภายในส่วนต่าง  ๆ ของร่างกายกลับสู่สภาพปกติโดยเร็วที่สุด

วิธีการจับลูกเปตอง
1. หงายมือวางลูกบูลลงไปในอุ้มมือในท่าที่สบาย (รูปที่1)
2. หรือคว่ำมือจับลูก (รูปที่2)
3. ทั้งนี้จะจับแบบใดก้ได้แต่ความถนัดของแต่ละบุคคล

4. ก่อนโยนลูกให้คว่ำมือลงดังรูปที่ 3,4,5,6 เหตุที่ต้องคว่ำมือเพราะจะสามารถบังคับลูกให้ไปตามทิศทางที่เราต้องการได้ไม่ว่าลูกที่ปล่อยไปนั้นเป็นลูกเข้าหรือลูกตี

5. ก่อนโยนให้หักข้อมือลง และม้วนเข้าหาข้อมือ ในจังหวะสุดท้าย ที่จะปล่อยลูกให้ใช้อุ้งมือส่งลูกออกไป โดยใช้ปลายนิ้วบังคับลูก

หลักการบังคับลูกเปตอง
นักเปตองที่ฝึกหัดใหม่ มักจะประสบปัญหาเกี่ยวกับการบังคับลูกเปตองอย่างมาก สาเหตุอาจมาจากการฝึกที่ผิด หรือการไปจำวิธีการผู้อื่นแล้วนำมาฝึกอย่างผิด โดยขาดการแนะนำ หรือจากการฝึกที่ฝืนธรรมชาติของตนเอง การฝึกการบังคับลูก ไม่ว่าจะเป็นลูกเข้าหรือลูกตี ลูกหมุนซ้าย หมุนขวา หรือลูกสกรู (ลูกหมุนกลับหลัง) ปลายนิ้วมือและข้อมือมีส่วนสำคัญเป็นอย่างมากในการบังคับลูก

หลักการเข้าลูกบูล
การเข้าลูกบูล ถือเป็นหัวใจสำคัญของการเล่นเปตอง ซึ่งเป็นเรื่องที่ยุ่งยากพอสมควร มีหลักการเข้าลูกดังนี้
1. ใช้ความสังเกต และจดจำปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับตนเอง และคู่ต่อสู่
2. ศึกาพื้นสภาพที่ใช้ฝึก หรือแข่งขัน ว่ามีสภาพเป็นเช่นไร แข็ง เรียบ ขรุขระ ฯลฯ
3. หาจุดตก เพื่อจะได้คำนวณน้ำหนักมือที่จะส่งลูก ให้พอเหมาะกับระยะ
4. ไม่ควรโยนลูกออกจากมือ ถ้าสมาธิยังไม่ดีพอ

นอกเหนือจาก 4 ประการนี้แล้ว สิ่งที่อาจทำให้การเข้าลูกไม่ดีเท่าที่ควรก็คือ ลูกบูลน้ำหนักและมือไม่สมดุลกัน การเข้าลูกมี  2 ลักษณะ คือ นั่งกับยืน ไม่ว่าจะเป็นการนั่งหรือยืน เท้าทั้งสองข้างจะต้องอยู่ในวงกลม ไม่เหยียบกัน และไม่ยกเท้าในขณะโยนลูก

ลักษณะการนั่งเข้าลูก นั่งบนส้นเท้า มีเท้านำ และเท้าตาม เขย่งส้นเท้าขึ้น และเท้าทั้งสองต้องอยู่ในวงกลมไม่เหยียบเส้น

ยืนเข้าแบบเท้าคู่

ลักษณะการยืนเข้า หรือการตีลูก ยืนเท้าคู่ หรือแบบมีเท้านำก็ได้แล้วแต่ความถนัด ของแต่ละบุคคล แต่ถ้าถนัดโยนลูก , ตีลูก ด้วยมือขวา ควรยืนเท้าขวานำเล็กน้อย เพื่อให้การทรงตัวมีฐานที่มั่นคง

วิธีการเข้าลูก
วิธีการเข้าลูกมีอยู่ 3 แบบ คือ
1. การโยนลูกระยะใกล้ (ลูกไลน์) การโยนลูกระยะใกล้ (ลูกไลน์) เป็นการโยนลูกให้ตกตั้งแต่จุดโยนหรือไม่เกิน 3 เมตร จากจุดโยน ใช้แรงเหวี่ยงจากแขน ข้อมือ และปลายนิ้วส่งลูก ระยะทางที่ลูกบูลวิ่งเข้าหาเป้าจะมีระยะทางไกลทิศทางของลูกบูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ง่ายตามลักษณะของพื้นสนามการโยนลูกนี้เหมาะสำหรับสนามเรียบเท่านั้น

2. การโยนลูกระยะกลาง (ฮาฟดร๊อป) การโยนลูกระยะกลาง (ฮาฟดร๊อป) เป็นการโยนลูกให้ตกเกือบกึ่งกลางระหว่างจุดเริ่มกับลูกเห้าต้องโยนลูกให้สูงกว่าการโยนลูกระยะใกล้ และทุกลูกที่โยนออกไปต้องเป็นลูกที่หมุนกลับหลัง (ลูกสกรู) ข้อสำคัญของการโยนลูกคือ จุดตก การโยนลูกนี้เหมาะสำหรับพื้นสนามที่ไม่เรียบ เป็นหลุม พื้นสนามแข็ง ขระขระ หรือ จุดตกของการปล่อยลูกระยะใกล้เป็นหลุมไม่สามารถหาจุดตกได้

3. การโยนลูกโด่ง (ดร๊อฟ) การโยนลูกโด่งต้องโยนให้สูงกว่าลูกระยะกลาง และต้องให้ลูกหมุนกลับหลัง (สกรู) มากกว่า โดยใช้ปลายนิ้วสกรูลูก ไม่ใช่เป็นการกระดกข้อมูล การโยนลูกนี้จุดตกมีความสำคัญมาก ลูกนี้เหมาะสมกับพื้นสนามที่ไม่เรียบ เปียกแฉะ เป็นหลุมเป็นบ่อ ต้องโยนให้เกือบถึงลูกเป้า ห่างจากลูกเป้า ประมาณ 50-100 ซม. ทั้งนี้ต้องแล้วแต่พื้นสนาม ในการแข่งขันระดับโลกส่วนใหญ่จะใช้โยนลูกลักษณะนี้ เพราะสนามแข่งขันเป็นหินเกร็ด


 

วิธีการฝึกเข้าลูก
วิธีที่ 1 ให้เขียนวงกลมเป็นเป้าหมายซ้อนกันหลาย ๆ วง วงในสุดมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 20 ซม. วงนอกต่อ ๆ มาห่างกันวงละ 10-15 ซม. กำหนดคะแนนวงในให้ 5 คะแนน วงต่อ ๆ มาเป็น 4,3,2,1 ตามลำดับ แล้วฝึกเข้าลูกจากระยะ 6 เมตร 6,5,7,7.5 ไปเรื่อย ๆ จนถึง 11 เมตร ฝึกโยนทุกระยะ ระยะละ 40-50 ลูก แล้วจดบันทึกคะแนนแต่ละระยะไว้เพื่อเปรียบเทียบถึงความบกพร่อง ระยะใดที่มีความบกพร่องมากก็ให้ฝึกระยะนั้นมากขึ้น


วิธีที่ 2 ให้เขียนสี่เหลี่ยมมีลูกเป้าอยู่ในสี่เหลี่ยมในสุด ซึ่งมีรัศมี 20 ซม. จากนั้นให้ทำสี่เหลี่ยมซ้อนไปเรื่อย ๆ เส้นห่าง 5-10 ซม. กำหนดคะแนน 5,4,3,2,1 ตามลำดับ ในแต่ละเส้นล่างของสี่เหลี่ยมจะมีลูกบูลอยู่โดยวางแบบสลับฟันปลา กำหนดจุดในการฝึกเหมือนวิธีที่ 1 ระยะใดบกพร่องก็ให้ฝึกระยะนั้นมาก ๆ

วิธีที่ 3 การฝึกเข้าเหมือนแบบที่ 1 แต่เพิ่มลูกบูลดักไว้ ถ้าเข้าถูกลูกบูลที่วางไว้ถือว่าฟาวล์ตองติดลบคะแนน ฝึกให้ชำนาญ

วิธีการฝึกตีลูก
การตีลูกเป็นส่วนสำคัญของการเล่นเปตองอีกประการหนึ่ง เมื่อไม่สามารถเข้าลูกให้ชนะคู่ต่อสู้ได้ ต้องอาศัยการตีลูกเพื่อให้ลูกของคู่ต่อสู้ออกจากจุดที่ตั้งอยู่ ผู้เล่นที่ฝึกหัดใหม่มักเผชิญต่อความยากลำบากในการตีและบังคับลูก สาเหตุอาจมาจากข้อบกพร่องดังนี้
1. ผู้เล่นจับลูกไม่ถูกวิธี และขาดสมาธิ
2. ผู้เล่นอาจตีลูกช้า หรือเร็วเกินไป
3. การประสานงานของแรงตีลูกไม่ถูกจังหวะ
4. การวางตัว และวางเท้าผิดจากความถนัดของตนเอง
5. แขนงอ หรือแกว่งขณะตีลูก
6. ขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง
7. ขาดการฝึกซ้อมหรือเว้นระยะการฝึกซ้อมนานเกินไป
8. ลูกเปตอง (ลูกบูล) มีขนาดและน้ำหนักไม่สมดูลกัน

    แต่ถ้าผู้ฝึกพบว่าสาเหตุต่าง ๆ ของการตีเกิดขี้นเพราะสาเหตุใด หรือหลายสาเหตุ ให้แก้ไขดัดแปลงวิธีการฝึกทีละขั้นแต่ต้องจับ และวางลำตัว เท้าให้ถูกต้อง โดยอาศัยแรงจาก 3 แหล่งใหญ่ คือ
1. แรงตีที่เกิดจากการเหวี่ยงของแขน
2. แรงตีที่เกิดจากการดีดตวัดข้อมือและนิ้วมือ
3. แรงตีที่เกิดจากำลังขาทั้งสองข้าง โดยการย่อเข่าช่วยเล็กน้อย

วิธีการฝึกตีลูก
วิธีที่ 1 การตีลูกเลียด (ตีไลน์) เป็นการตีลูกลักษณะเกี่ยวกับการเข้าลูกระยะใกล้ แต่ใช้ความแรงมากกว่า และเหมาะสำหรับพื้นสนามเรียบเท่านั้นทิศทางของลูกที่ตีไปหาความแน่นอนไม่ได้ หากมีลูกของฝ่ายตรงข้ามหรือของตนขวางหน้า ก็ไม่สามารถตีลูกลักษณะนี้ได้
วิธีการฝึก
- หาจุดตกของลูก ซึ่งควรเป็นที่เรียบที่สุด
- จุดตกที่ดีไม่ควรห่างจากลูกที่จะตีเกิน 2 เมตร (ยิ่งจุดตกห่างลูกที่ตีมากมีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้มาก)
- ก่อนที่จะตีลูกต้องมีสมาธิ และความเชื่อมั่นในตนเอง
- ฝึกการประสานงานของแรงที่ใช้ในการตี เช่น แขน มือ นิ้วมือ ข้อมือ และขาทั้งสองข้าง
- ฝึกอย่างสม่ำเสมอและจริงจริง
 

วิธีที่ 2 การตีลูกถึงตัว (ตีเจาะ) การตีลูกนี้เหมาะกับสภาพสนามทุกรูปแบบ และเป็นลูกที่นักกีฬาเปตองทั่วไปใช้กันมากที่สุด เนื่องจากการฝึกตีลูกนี้หากตีได้อย่างแม่นยำ ลูกที่ต่ำไปถูกลูกคู่ต่อสู้ เป็นจังหวะเดียวกับลูกตกถูกพื้นพอดี ลูกที่ตีมีโอกาสอยู่แทนที่ได้ด้วย การฝึกตีลูกนี้นักกีฬาไม่ต้องพะวงว่าจะมีลูกขวางหน้า
ท่าทางในการตีลูก
- ยืนในท่าที่ถนัดที่สุด แต่เท้าทั้งสองข้างต้องไม่เหยียบเส้น และอยูในวงกลม
- ตั้งลูกตามต้องการเพื่อฝึกตี
- เริ่มฝึกตีจากระยะใกล้ ๆ ก่อน จาก 3 เมตร 4 เมตร 5 เมตร ต่อไปเรื่อย ๆ จนถึงระยะ 12 เมตร แล้วจดสถิติไว้ทุกวัน ๆ เพื่อนำมาแก้ไขข้อบกพร่อง
- ฝึกการประสานงานของแรงที่ใช้ในการตีลูกให้สัมพันธ์กันระหว่างการดีดตวัดข้อมือ นิ้วมือ และขาทั้งสองข้าง ระบบการหายใจก็มีส่วนสำคัญ เกี่ยวกับกับการตีลูกมาก ควรจะได้มีการฝึกให้ประสานงานให้ดี
- ก่อนตีลูกจะต้องมีสมาธิ และความเชื่อมั่นในตัวเอง
- ฝึกอย่างสม่ำเสมอและจริงจัง

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก

สมาคมเปตองแห่งประเทศไทย

trueplookpunya

ชมรมเปตองเมืองเถิน

เรียบเรียงโดย:Kudang

สรรหามาฝาก:thoentoday

***ชมภาพกิจกรรมของชมรมเปตองเมืองเถิน

อ่านบทความในหมวดเดียวกัน

 *ชมรมเต้นแอโรบิกเมืองเถิน

*ว่ายน้ำเมืองเถิน


 




 

Tags: ชมรมเปตองเมืองเถิน

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

ปฎิทิน

« May 2012»
SMTWTFS
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031  

นาฬิกา

Alternative content

จดหมายข่าว

อีเมล์

สถิติ

เปิดเว็บ02/11/2010
อัพเดท18/05/2012
ผู้เข้าชม436,274
เปิดเพจ580,447
สินค้าทั้งหมด6

พาเที่ยวเมืองเถิน

ดูตารางเดินรถทัวร์ใน อ.เถิน


สถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่รับนักศึกษา_รหัสคณะหรือสาขาวิชาของสถาบันต่างๆ

เถินบุรีโมโตครอส ไซเคิลครอส ครั้งที่ 1

งานสงกรานต์เมืองเถินปี54

เก็บตกกีฬา อปท.อ.เถิน ประจำปี 25254

วันเด็กเมืองเถิน

เก็บภาพไฟคริสมาสสวยๆมาฝาก
 หน้าแรก ข่าวท้องถิ่น พาเที่ยวเมืองเถิน สถานที่ราชการ บทความน่าสนใจ ติดต่อเรา