ถ้ำโด่ปางอ้าน้อย อ.เถิน
พาไปสำรวจถ้ำใน อ.เถิน จ.ลำปาง กันซะหลายแห่ง เรายังมีถ้ำที่อยู่แวดล้อมบริเวณอ่างเก็บน้ำแม่มอก อีกหนึ่งถ้ำ(ยังไม่พูดถึงถ้ำที่ยังไม่ได้สำรวจนะครับจริงๆแล้วยังมีอีกแต่ขอเว้นไว้ก่อน) สำหรับถ้ำที่บ้านปางอ้านี่ มีสองถ้ำอยู่ใกล้กันเรียกได้ว่าเดินไปถึงกันไม่ถึงกับเหนื่อยสักเท่าไหร่ เหนื่อยพอหอมปากหอมคอนะครับ ใครที่ยังไม่เคยเที่ยวถ้ำถ้าได้มาเริ่มต้นที่ถ้ำนี้น่าจะเป็นการเริ่มต้นการสัมผัสธรรมชาติจองถ้ำได้อย่างดี ไปมาสองสามถ้ำแล้วยังไม่ได้นำความรู้เรื่องของการเกิดถ้ำมาเล่าเลย เรามาทำความเข้าใจถึงการเกิดถ้ำสักหน่อยนะครับ ผมจะใช้ภาพจากถ้ำโด่ประกอบคำบรรยายไปพร้อมกันเลยนะครับ

จากจุดจอดรถก็เป็นเส้นทางเดินป่าไปถ้ำอีกไม่ไกล
ถ้ำคือผลจากกลไกของธรรมชาติ
เมื่อน้ำฝนที่ตกลงมารวมตัวกับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศจึงมีสภาพเป็นกรด อ่อน ๆ หรือที่เราเรียกกันว่า กรดคาร์บอนิก มีคุณสมบัติสามารถละลายหินปูนหรือหินที่อยู่ในกลุ่มแคลคาร์เรียสได้ดี เมื่อน้ำฝนซึมผ่านลงใต้ดิน จะได้รับการเติมคาร์บอนไดออกไซด์ จากกิจกรรมย่อยสลายซากพืชซากสัตว์ของจุลินทรีย์เล็ก ๆ ในดิน น้ำเหล่านั้นไหลลงไปรวมกันเกิดเป็นน้ำใต้ดิน รอการไหลซึมลงตามรอยแยกของหินปูนและทำการละลายหินปูนจนเกิดเป็นโพรงถ้ำขยาย ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ในทุกทิศทาง เมื่อระดับน้ำใต้ดินลดลงทำให้เกิดช่องว่างภายในถ้ำ ระดับน้ำใต้ดินจะมีการเปลี่ยนแปลงตลอดปี

ถ่ายบิรเวณปากถ้ำ้โด่ ที่เห็นมืดๆ นั้นเป็นอีกถ้ำที่ยังไปได้เข้าไปสำรวจ
จึงเป็นการเริ่มกระบวนการพัฒนาของโถงถ้ำ ตามกระบวนการกษัยการ (erosion) ควบคู่กับกระบวนการละลาย (solution) พัดพาตะกอนขนาดเล็กขัดสีพื้นถ้ำและผนังถ้ำทำให้ระดับพื้นถ้ำต่ำลงเรื่อย ๆ ในขณะเดียวกัน น้ำที่ซึมมาตามรอยแตกของหินจากเพดานถ้ำและผนังถ้ำก็มีการสะสมตัวของตะกอนหิน ปูน อันเนื่องจากน้ำใต้ดินซึ่งมีส่วนผสมของสารละลายแคลเซียมคาร์บอเนต ตกตะกอนจับตัวกันอีกครั้งเกิดเป็นรูปทรงที่แปลกตา ที่เรารู้จักกันดีในชื่อ หินงอกหินย้อย (speleothems) รูปลักษณะของมันจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสถานที่ กระบวนการเกิด ความเหมาะสมของสภาพแวดล้อมบริเวณต่าง ๆ ภายในถ้ำ
เมื่อถ้ำมีการพัฒนาขนาดของโถงใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ เพดานด้านบนจะเริ่มรับน้ำหนักไม่ไหวก็จะมีการถล่มของโถงถ้ำ อาจเกิดเป็นช่องเปิดหรือช่องทางเชื่อมต่อกับภายนอก กลายเป็นปากถ้ำ การถล่มบางครั้งจะไม่สามารถสร้างช่องทางเชื่อมต่อได้ แต่สามารถทำให้เกิดภูมิสภาพเฉพาะตัวบนพื้นโลกในลักษณะภูมิประเทศคาร์สต์ ก็คือ แอ่งยุบ (doline)
ตามเส้นทางน้ำขนาดใหญ่ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่สามารถสร้างเส้นทางเชื่อมต่อกับ ถ้ำต่าง ๆ เกิดเป็นโถงถ้ำที่ซับซ้อน เกิดปากถ้ำหรือเส้นทางเชื่อมต่อกับโลกภายนอก
หลังจากนั้นสิ่งมีชีวิตเริ่มเข้ามาอาศัยปากถ้ำเป็นที่หลบภัย หากิน หรือใช้เป็นที่อยู่อาศัย สัตว์บางชนิดหลงเข้าไปลึก ๆ ถ้าสามารถปรับตัวได้ในสภาพแวดล้อมที่จำกัด ธรรมชาติก็ให้โอกาสในการอยู่รอด วิวัฒนาการจนเกิดเป็นสายพันธุ์ใหม่ ๆ ที่มีลักษณะเฉพาะ อวัยวะบางอย่างที่ไม่จำเป็นต่อการดำรงชีพก็อาจจะหายไป

ทางเดินเข้าถ้ำโด่ถ่ายย้อนไปยังปากถ้ำที่เดินเข้ามา
การเกิดโพรงส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นใต้ระดับน้ำ ต่อมาเมื่อพื้นธารน้ำถูกกัดเซาะลงในแนวดิ่ง ซึ่งมักจะมีความสัมพันธ์กับการยกตัวของผืนทวีป จึงทำให้ระดับน้ำในถ้ำหรือโพรงใต้ดินลดลง ถ้ำดังกล่าวจึงโผล่ขึ้นมาอยู่เหนือระดับน้ำ มีอากาศเข้ามาแทนที่ และจะเริ่มมีกระบวนการที่ก่อให้เกิดตะกอนต่างๆ เรียก ตะกอนถ้ำ ที่มีโอกาสพบได้บ่อยมีดังนี้

หินย้อยบริเวณถ้ำโด่ปางอ้า
1.หินย้อย คือตะกอนหินปูนที่จับตัวเป็นแท่งหรือแผ่นย้อยลงมาจากเพดานถ้ำ เกิดจากน้ำใต้ดินที่มีหินปูนละลายอยู่หยดลงมาจากรอยแตกบนเพดานถ้ำ และเมื่อน้ำสูญเสียก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกไปก็จะทำให้เกิดสารประกอบ คาร์บอเนตเริ่มสะสมตัวทีละน้อย และพอกยาวลงมาจากเพดานเรื่อยๆ โดยปกติมักมีลักษณะเป็นหลอดกลวงอยู่ตรงกลาง

หินงอกบริเวณถ้ำโด่
2.หินงอก คือตะกอนหินปูนที่จัดตัวเป็นแท่งสูงจากพื้นถ้ำขึ้นไปหาเพดานถ้ำ เกิดจากหยดน้ำที่ไหลออกจากหินย้อยเมื่อหล่นถึงพื้นถ้ำจะเกิดการสูญเสีย คาร์บอนไดออกไซด์ ทำให้สารประกอบคาร์บอเนตเกิดการสะสมตัวและค่อยๆ สูงขึ้นจากพื้นถ้ำ 3.หลอดหินย้อย คือสารหินปูนที่จัดตัวเป็นหลอดหรือท่อย้อยลงมาจากเพดานถ้ำ สารประกอบคาร์บอเนตที่เกิดจะมีการเรียงตัวของผลึกในแนวยาวและย้อยลงมาทำให้ มีความยาวเพิ่มขึ้น ทำให้ดูคล้ายหลอดกลวงที่มีน้ำหยดออกมา

เสาหินของถ้ำโด่ บริเวณทางเข้าโถงถ้ำ
3.เสาหิน คือลักษณะของหินที่เป็นแท่งหรือเสายาวจากพื้นถ้ำจรดเพดานถ้ำ เกิดจากหินงอกหินย้อยมาบรรจบกัน

5.หินปูนฉาบ คือตะกอนที่เกิดจากน้ำที่มีสารประกอบคาร์บอเนตไหลเป็นแผ่นบางๆ บนพื้นผิวของพื้นถ้ำ ซึ่งมักจะประกอบไปด้วยหินทราเวอร์ทีน ซึ่งเป็นอีกรูปหนึ่งของสารประกอบคาร์บอเนต

ม่านหินย้อยบิรเวณทางเข้า้ถำโด่
6.ม่านหินย้อย เกิดจากน้ำที่มีสารคาร์บอเนตสูงที่ไหลตามผนังที่เอียงซึ่งเกิดจากแรงตึงผิว ของน้ำ เมื่อน้ำเกิดสูญเสียก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จึงทำให้เกิดการตกตะกอนของสาร ประกอบคาร์บอเนต มีลักษณะเป็นแผ่นบางๆ ย้อยลงมาจากผนังถ้ำดูคล้ายม่าน บางแห่งจะมีสีน้ำตาลแดงสลับกับสีขาวหรือเหลืองอ่อนมีชื่อเรียกเฉพาะว่า ม่านเบคอน
คุณค่าของการเที่ยวถ้ำ

การสำรวจถ้ำนอกจากจะมีคุณค่าทางการท่องเที่ยวแล้ว ยังมีคุณค่าในฐานะของแหล่งค้นคว้าที่สำคัญ ของศาสตร์ด้านโบราณคดี ธรณีวิทยา หรือโบราณชีววิทยา
ถ้ำเป็นที่อยู่อาศัย และที่หลบภัยอันมั่นคงของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ ในสังคมเก็บของป่า-ล่าสัตว์ จึงพบหลักฐานทางโบราณคดี เช่น เครื่องมือหินกะเทาะ เครื่องมือหินขัด ภาชนะดิน เครื่องมือโลหะ เครื่องประดับ กระดูกมนุษย์ เมล็ดพืช ฯลฯ ซึ่งสามารถจะเผยให้เห็นภาพความเป็นมา และพัฒนาการการตั้งถิ่นฐานของผู้คน ในดินแดนแถบนั้น ๆ ได้
หินงอกหินย้อยที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว ช่วยบอกเล่าถึงการเปลี่ยนแปลงบรรยากาศของโลก ย้อนหลังไปนับเป็นหมื่น ๆ ปี อาจด้วยเกสรพืชที่ตกค้างอยู่ภายใน หรือด้วย "วงปี" การสะสมตัว (ชั้นหินปูน) ของแท่งหินงอกหินย้อยเอง แม้แต่ตะกอนภายในถ้ำ ก็ยังนำมาประเมินอายุถ้ำ และปรากฏการณ์ด้านสภาพแวดล้อมในอดีตได้ ชั้นตะกอนจากถ้ำผาไท จังหวัดลำปาง ที่เราเก็บมาศึกษา ก็เป็นตะกอนเถ้าถ่านของภูเขาไฟเมื่อ ๙.๓ ล้านปีที่แล้ว แสดงให้เรารู้ว่า ถ้ำผาไทมีอายุมากกว่านั้น และมีภูเขาไฟที่คุกรุ่นอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง
เห็นไม๊ล่ะครับว่าการที่เราได้มีโอกาส เข้ามาเที่ยวชมถ้ำแต่ล่ะแห่งนั้นมันมีคุณค่าในการเรียนรู้มากแค่ไหนได้ทราบข้อมูลกระบวนการเกิดถ้ำมาแล้วคราวนี้มาดูถ้ำโด่ปางอ้า(น้อย) กันถ้ำนี้เข้าออกง่ายครับไม่ต้องปีนป่ายอะไร? ทางเข้าถ้ำเดินเข้าไปไม่ลึกนึกก็จะเจอเสาหิน จะเป็นหินย้อยตั้งตระหง่าน อยู่กลางทางเข้าโถงถ้ำใหญ่ พอผ่านเข้าไปในโถงใหญ่ อากาศถ่ายเทดีมากครับ

ปล่องด้านบนเพดานถ้ำที่ทำให้ทั้งแสงและ ลมเข้าออกทำให้อากาศโล่งทีเดียว

บริเวณอีกด้านหนึ่งมีปล่องแต่ดุเหมือนจะมีหินถล่มลงมาแต่ก็ยังพอทำให้ลมและแสงเข้าออกได้อยู่
จะไม่ให้อากาศดีได้อย่างไรก็กลางมีปล่องขนาพอเหมาะ ทั้งลมทั้งแสงส่องลงมา ตามทิศทางการเคลื่อนตัวของดวงอาทิตย์ แถมผนังภายในด้านทิศตะวันตก ก็มีช่องลมอีก ถ้าใครเคยเห็นถ้ำแถวอัฟกานิสถาน อารมณ์นั้นเลยล่ะครับคนอยู่ได้ไม่อึดอัด แถมค้างคาวก็ไม่ค่อยชอบถ้ำแบบนี้เพราะแสงคงกวนตามันนอนไม่มีความสุขมัน เลยไม่ค่อยชอบล่ะนะ (พูดแทนค้างคาวอีก)

ปล่องแสงอยู่ตรงกลางถ้ำพอดี


ในบริเวณนี้แล้วแต่จินตนาการจะมองเป้นรูปอะไร
เราเดินเข้าไปภายในถัดจากบริเวณ ที่แสงอาทิตย์ส่องลงมาสะท้อนผนังถ้ำสว่างไปทั่ว ก็จะพบหินย้อย(ผมว่ารูปทรงคล้ายหมาน้อยขนปุยๆ นอนหมอบอยู่นะครับ) เราไม่ได้เข้าไปลึกมาก เท่าที่ดูบรรยายกาศในถ้ำโดยรวมถือว่าเป็นถ้ำที่ มีแตกต่างจากหลายๆ ถ้ำที่ได้ไปมาใน อ.เถิน เรียกได้ว่าใครที่กลัวความอึดอัดมาที่นี่สบายเลยครับเดินเที่ยวชมปฏิมากรรมทางธรรมชาติได้อย่างสบายใจ แถมยังมีลักษณะของกระบวนการเกิดถ้ำในรูปแบบต่างๆดังที่ได้นำมาให้อ่านเป็นความรู้ในตอนเริ่มแรกแล้วรับรองว่าชมเพลินทีเดียวล่ะครับ

ทีมงานนำทางนั้งรอหว่างการถ่ายทำล่ะครับ
ถ้าดูในภาพบ่อยครั้งที่ท่านจะเห็นทีมงานนำทางผมมักจะนั้ง รอผมบันทึกภาพ เพราะเวลาผมถ่ายงานเนี่ยผมมักจะเดินให้ทั่วๆ เลยว่างั้นบ่อยครั้งนะครับที่ถ่ายมาแล้วก็ไม่ค่อยพอใจกับผลงานตัวเองสักเท่าไหร่ มีเวลากลับไปอีกก็คงถ่ายอีกเพื่อความสุขขอคุณผู้ชม แบบว่าถ้างานออกมาดีท่านดุแล้วอยากมาเที่ยวสร้างรายได้ให้ชุมชนจะซื้อน้ำ ซื้อขนมผลไม้ หรืออุดหนุนร้านอาหารในหมู่บ้าน ให้ชาวบ้านนำทางมีรายได้บ้างสิ่งเหล่านี้ ก็จะช่วยทำให้คนในพื้นที่เค๊ารู้สึกว่าควรจะต้องช่วยกันดูแลรักษามรดกทางธรรมชาติในท้องถิ่นไว้ เพราะนั่นคือสิ่งที่สามารถช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ของคนในชุมชนนั้นๆ ดีขึ้นได้จากการท่องเที่ยวแบบเชิงอนุรักษ์ บางคนนี่ไปท่องเที่ยวในพื้นที่แบบนี้เล่นหอบขนมข้าวต้มน้ำท่ามาพร้อมแถมดื่มกินเสร็จทิ้งขยะให้ดูต่างหน้าอีก แบบนี้คงไม่ดีแน่..จริงไม๊ล่ะครับท่าน?
![]()
![]()
ถ่ายภาพเล่าเรื่องโดย; Mr.Adventure
อ่านบทความเพิ่มเติมในหมวดเดียวกัน
*มารู้จักเมืองเถินกัน/Thoen Guide
*อลังการธรรมชาติสร้างสรรค์ ถ้ำผาขัน อ.เถิน/Parkun Cave
*อ่างเก็บน้ำแม่มอก เพชรเม็ดงามของแหล่งท่องเที่ยว อ.เถิน ที่รอการเจียระไน

หน้าแรก
สถานที่ราชการ
ติดต่อเรา










ข่าวท้องถิ่น
บทความน่าสนใจ
ความคิดเห็น