ชมรมเต้นแอโรบิกเมืองเถิน
อ.เถิน เป็นอำเภอที่มีทิวทัศน์สวยงามเพราะล้อมรอบไปด้วยทิวเขา น้อยใหญ่บรรยากาศโดยเฉพาะบรรยากาศยามเย็นบริเวณสวนสาธารณะเมืองเถิน ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำวัง จึงเหมาะกับการได้มีโอกาสเติมพลังด้วยการสูดอากาศบริสุทธ์ รวมถึงบางท่านอาจจะได้พักผ่อนสายตา หลังจากที่นั้งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์มาทั้งวัน รวมถึงการออกกำลังกายเสริมสร้างสุขภาพ ก็เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่สามารถทำได้ ไม่ว่าจะ วิ่งออกกำลังกาย.เล่นบาสเกตบอล.เล่นเปตอง หรือเข้าฟิตเนส,และเต้นแอโรบิค ขึ้นอยู่ว่าท่านจะแบ่งเวลาให้กับตัวเองได้มากน้อยเพียงใด

วันนี้เราจะไปรู้จักชมรมแอโรบิค เมืองเถินกันครับ เท่าที่ทราบชมรมนี้ เค๊ารวมตัวกันมาหลายปีแล้วไปร่วมกิจกรรมแข่งเต้นมาก็หลายสนาม คว้ารางวัลมาก็ไม่น้อย ก็มีเต้นกันช่วงเวลาหลังเลิกงานพอดี ตั้งแต่เวลา 17.30 น.เป็นต้นไป (อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามฤดูกาล) มี อ.ทองเภา วงค์ฟู เป็นประธานชมรม ส่วนผู้นำเต้นก็ประกอบไปด้วย อ.ธัญธร หมู่วิเศษ,อ.นีรนุช รัศมีเวียงชัย,คุณยุพา ตาแก้ว

สำหรับการเข้าร่วมกิจกรรมเต้นแอโรบิคก็ไม่มีอะไรมากครับอันดับแรกก็ เวลา ส่วนชุดเนี่ยเค๊าก็มีการลำดับไว้ เช่น สำหรับเสื้อ วันจันทร์ – สีเหลือง,วันอังคาร – สีชมพู, วันพุธ – สีฟ้า, วันพฤหัส – สีส้ม, วันศุกร์ - หลากสี

ทางชมรมก็ขอเชิญชวนผู้ที่รักสุขภาพ และสนใจ ในการออกกำลังกายไปร่วมกิจกรรมกับชมรมเต้นแอโรบิก เมืองเถิน ตามวันและเวลาดังกล่าวโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ.
ใครที่คิดว่าการเสริมสร้างสุขภาพที่ดีด้วยการออกกำลังกายก็อย่าลืมแวะไปร่วมกิจกรรมดีๆแบบนี้ได้ แต่ถ้าท่านใดยังไม่เข้าใจการออกกำลังกายด้วยการเต้นแอโรบิคว่ามีวิธี และเกิดประโยชน์อย่างไร ก็อ่านบทความเพิ่มเติมได้ครับผมขอนำรูปของชมรมแอโรบิคเมืองเถินประกอบไปด้วยนะครับ.
![]()
แอโรบิคด๊านซ์

เป็นกิจกรรมการออกกำลังกายที่ดัดแปลงและปรับปรุงใหม่ โดยชาวอเมริกัน ชื่อ ๋Jackie Soreson ในปีค.ศ. 1979 โดยเข้ามาในไทยเมื่อปีพ.ศ. 2522 โดยสถานบริหารร่างกายเวิลด์คลับ
การ เต้นแอโรบิค ร่างกายต้องใช้ออกซิเจนจำนวนมากและสม่ำเสมอ โดยการเต้นแอโรบิคจะเป็นการออกกำลังกายโดยนำท่ากายบริหาร การเต้นรำ การเคลื่อนไหวพื้นฐาน เช่น เดิน วิ่ง กระโดด มาผสมผสานกันเป็นท่าชุดเต้นไปตามจังหวะเพลง ซึ่งเพลงที่ใช้จะต้องมีจังหวะเร็วสนุก เช่น เพลงดิสโก้ เป็นต้น
ประโยชน์ ที่ได้รับจากการออกกำลังกายโดยการเต้นแอโรบิคมีหลายประการด้วยกัน คือ ช่วยสร้างความอดทนของระบบไหลเวียนโลหิต ทำให้ร่างกายมีความอดทนมากขึ้น เหนื่อยช้าลง ทำให้รูปร่างและทรวดทรงดี สนุกสนานร่าเริง หายจากความตึงเครียด ช่วยสร้างความแข็งแรงและความอดทนของกล้ามเนื้อ และยังทำให้ร่างกายมีความอ่อนตัวดีมากขึ้น

ประเภทของการเต้นแอโรบิค
1.แบ่งตามแรงกระแทก
- การเต้นแบบย่อยืดขา โดยไม่มีการยกหรือกระโดด เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาทางสุขภาพและผู้สูงอายุ
- การเต้นที่มักจะให้มีขาข้างหนึ่งติดพื้นเสมอซึ่งจะลดการกระแทก เน้นการใช้ร่างกายส่วนบนมากขึ้น เหมาะกับทุกเพศทุกวัย
- การเต้นซึ่งมีการกระแทกของเท้าต่อพื้นอย่างรุนแรง ไม่เหมาะกับผู้ที่มีสมรรถภาพร่างกายไม่ดีพอ ปัจจุบันไม่นิยมเต้นกัน
- การเต้นที่ผสมระหว่างการเต้นแบบย่อยืดขาและการเต้นซึ่งมีการกระแทกของเท้า ต่อพื้นอย่างแรง มีการวิ่งกระโดดขย่ม เหมาะสำหรับผู้ที่มีร่างกายแข็งแรงและวัยหนุ่มสาว
2.แบ่งตามลักษณะของผู้เต้น
- ผู้ที่ไม่เคยเต้นแอโรบิคมาก่อน การฝึกเป็นการฝึกเทคนิคการเคลื่อนไหวร่างกายพื้นฐาน มีการฝึกระบบประสาทและกล้ามเนื้อบ้าง เพลงช้าใช้เวลาประมาณ 30 นาที ความหนักของการเต้นประมาณ 60% ของชีพจรสูงสุด
- ทำการเปลี่ยนท่าทางต่างๆได้อย่างราบรื่นและซับซ้อนมากชึ้น เล่นนานขึ้น เร็วขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง และออกกำลังกายเป็นประจำ ใช้เวลาประมาณ 45นาที ความหนักของการเต้น 70 % ของชีพจรสูงสุด
- ขั้นผู้มีความชำนาญและมีประสบการณ์ มีความยากและซับซ้อน ใช้เวลาในการเล่นครั้งละ 45-60 นาที ความหนักของการเต้นประมาณ 80-90% ของชีพจรสูงสุด
การเต้นแอโรบิคแบบอื่นๆ
- การเต้นแอโรบิคโดยมือถือแฮนด์เวท เพื่อสร้างความแข็งแรงกล้ามเนื้อส่วนบน
- การเต้นแอโรบิคโดยมือถือ Xer-Tube ขณะเต้นใช้มือจับปลาย 2 ข้าง ใช้เท้ากดลงตรงกลางเพื่อสร้างความแข็งแรงกล้ามเนื้อส่วนบน
- การเต้นแอโรบิคด้วยการก้าวขึ้นลงบนแท่นที่เหมาะสมไปพร้อมกับเสียงดนตรีช่วย เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบหัวใจ เหมาะสำหรับผู้ออกกำลังกายทุกเพศทุกวัย
- การเต้นแอโรบิคโดยการนำการเดิน การวิ่ง กระโดด ทวิชและการเตะเท้าในน้ำมาประกอบกับเสียงดนตรี เรียกว่า Aquarobics ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของระบบหายใจและไหลเวียนโลหิต

ขั้นตอนในการฝึกเต้นแอโรบิค
มี 3 ช่วง ได้แก่
1.ช่วงเตรียมความพร้อม
ประกอบ ด้วย การบริหารข้อต่อสัดส่วนต่างๆของร่างกายและการยืดกล้ามเนื้อในช่วงนี้ควรจะมี ชีพจรเต้นอยู่ระหว่าง 100 ครั้งต่อนาที ใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที

2.ช่วงแอโรบิค
จำเป็นต้องแบ่งความหนักเบาของกิจกรรม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสมรรถภาพของผู้เข้าร่วมจะใช้เวลาประมาณ 30 นาที ชีพจรขณะเต้น ประมาณ 60-80% ของชีพจรสูงสุดและจะต้องคำนึงถึงลักษณะและชนิดของการเคลื่อนไหวเป็นหลัก คือให้ทุกส่วนของร่างกายได้เคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง
3.ช่วงผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
เป็น การบริหารกายเฉพาะส่วนและเป็นการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ โดยเน้นที่การยืดเหยียดกล้ามเนื้ออย่างช้าๆ เพื่อเข้าสู่ภาวะปกติ การผ่อนคลายจะหยุดค้างในท่านั้นๆประมาณ 5-20 วินาที ส่วนชีพจรควรต่ำกว่า 100 ครั้งต่อนาที
![]()
ถ่ายภาพและบทความ:Mr.Adventure
สรรหามาฝาก:thoentoday
อ่านบทความในหมวดเดียวกัน

หน้าแรก
สถานที่ราชการ
ติดต่อเรา










ข่าวท้องถิ่น
บทความน่าสนใจ