วิธีรับมือแก๊งค์คอลล์เซ็นเตอร์
พฤติการณ์ของแก๊งคนร้าย เกือบทั้งหมดเป็นชาวจีนแผ่นดินใหญ่ และไต้หวัน ส่วนคนไทยหรือคนชาติอื่นที่เข้าร่วมขบวนการ เป็นเพียงพนักงานรับโทรศัพท์กับผู้เปิดบัญชีรับเงินที่ได้จากการล่อลวงเท่า นั้น
การตั้งคอลล์เซ็นเตอร์มี 2 รูปแบบ คือ
1.ตั้ง ศูนย์ในประเทศไทย (เพื่อโทรกลับไปล่อลวงชาวจีนแผ่นดินใหญ่หรือไต้หวัน) โดยเช่าบ้านหรูตามหมู่บ้านในกรุงเทพฯ หรือเมืองท่องเที่ยวสำคัญๆ เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต จากนั้นว่าจ้างชาวจีนแผ่นดินใหญ่หรือไต้หวันเข้ามาพักที่บ้าน โดยจะมีอุปกรณ์ต่างๆ ให้พร้อม และติดตั้งระบบโทรศัพท์ข้ามประเทศผ่านอินเทอร์เน็ต หรือ VOIP (Voice Over Internet Protocol) โทรกลับไปหลอกเหยื่อชาวจีนหรือไต้หวัน
2.ตั้ง ศูนย์นอกประเทศไทย ที่ตำรวจเคยจับกุมได้เกือบ ทั้งหมดอยู่ที่ประเทศจีน โดยศูนย์จะอยู่ตามห้องพักหรือแฟลตต่างๆ มีนายทุนจ้างคนไทยทำหน้าที่เป็นคอลล์เซ็นเตอร์โทรกลับมาหลอกเหยื่อชาวไทย
คอลล์ เซ็นเตอร์ทั้ง 2 รูปแบบจะมีการว่าจ้างคนในประเทศนั้นๆ (ประเทศที่โทรไปล่อลวง) ไปเปิดบัญชีธนาคารรอเอาไว้ เช่น หลอกเหยื่อคนไทยก็จะจ้างคนไทยไปเปิดบัญชีธนาคารเอาไว้ จากนั้นจะมี “ม้าวิ่ง” คือชาวจีนหรือไต้หวัน ทำหน้าที่ตระเวนกดเงินตามตู้เอทีเอ็มต่างๆ เพื่อกดเงินออกจากบัญชีที่เปิดรอไว้ดังกล่าว เมื่อได้เงินมาก็จะส่งเงินต่อไปยังกลุ่มขบวนการด้วยวิธีการต่างๆ เช่น รวบรวมเป็นเงินสดหิ้วออกนอกประเทศ หรือนำไปโอนผ่านบัญชีธนาคาร หรือใช้ระบบโพยก๊วน
"ม้าวิ่ง" จะเดินทางเข้าออกประเทศมาแล้วหลายครั้ง หลังทำงานเสร็จก็เดินทางกลับ แต่ยังไม่แน่ชัดว่าแต่ละกลุ่มที่เข้ามานั้นอยู่ในประเทศนานเท่าไร
ผู้ ต้องหาส่วนใหญ่ที่จับกุมได้ จะเป็นคนที่ทำหน้าที่คอลล์เซ็นเตอร์, คนไทยที่ถูกจ้างให้เปิดบัญชี และ "ม้าวิ่ง" ที่กดเงินตามตู้เอทีเอ็ม แต่ยังไม่เคยสาวไปถึงนายทุนใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว
วิธีการหลอก จะมีการเขียนสคริปท์ให้คนที่ถูกจ้างมา เป็นคอลล์เซ็นเตอร์ใช้พูดตามบทที่เขียนขึ้น ซึ่งที่พบมีทั้งภาษาไทยและภาษาจีน ส่วนเนื้อหาในสคริปท์จะมีใจความที่ทำให้เหยื่อเกิดความโลภหรือความหวาดกลัว เช่น ในช่วงที่ประชาชนต้องทำเรื่องเสียภาษี แก๊งคนร้ายก็จะฉวยโอกาสสมอ้างเป็นเจ้าหน้าที่สรรพากรหลอกว่ามีเงินภาษีคืน ให้ไปทำธุรกรรมทางตู้เอทีเอ็ม จะได้สะดวก ได้เงินคืนทันที ไม่ต้องเสียเวลามาทำเรื่อง หรืออ้างว่าถูกรางวัลจากการสุ่มเบอร์
ส่วน การหลอกด้วยความหวาดกลัวนั้น มักจะอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร เจ้าหน้าที่รัฐ เช่น ปปง. ดีเอสไอ กรมสรรพากร เจ้าหน้าที่ศาล เนื้อหาหลักๆ จะพุ่งเป้าไปที่บัญชีธนาคารของเหยื่อมีปัญหาต่างๆ นานา
หลัง จาก ทำให้เหยื่อเกิดความโลภหรือหวาดกลัวแล้ว ผู้ที่ทำหน้าที่คอลล์เซ็นเตอร์ก็จะหว่านล้อมด้วยคำพูดแบบหวังดีคือต้องการ ช่วยเหลือ แต่แท้ที่จริงแล้วประสงค์ร้าย โดยพูดอย่างไรก็ได้ให้เหยื่อไปที่ตู้เอทีเอ็มเพื่อกดโอนเงินไปเข้าบัญชีที่ แก๊งคนร้ายเปิดรอไว้แล้ว
โดยการหลอกที่ตู้เอทีเอ็มนั้น ก็จะพูดให้กดปุ่มจากเมนูภาษาไทยก่อน แต่เมื่อคนร้ายบอกให้กดปุ่มนั้นปุ่มนี้แล้วเหยื่อบอกว่าไม่มีปุ่มนั้นๆ ก็จะเข้าทางคนร้าย เพราะจะบอกให้เปลี่ยนเป็นเมนูภาษาอังกฤษ ซึ่งทำให้เหยื่อ (ส่วนใหญ่) อ่านไม่ออก จึงกดตาม เมื่อนั้นก็เข้าทางคนร้าย เพราะรหัสหรือข้อความที่ซ่อนอยู่หลังแป้นกดเป็นการกดเพื่อโอนเงินจากบัญชี โดยที่เหยื่อไม่รู้ตัว
กลุ่มแก๊งที่พบบ่อย
จากข้อมูล ของ พ.ต.ท.เชี่ยววิทย์ ศรีวิเชียร รองผู้กำกับการ 3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (รอง ผกก.3 บก.ปคบ.) ที่โพสต์ไว้ในเว็บไซต์ของตำรวจ ได้จำแนกกลุ่มแก๊ง "คอลล์เซ็นเตอร์" ที่ปฏิบัติการหลอกลวงเหยื่อเอาไว้อย่างน่าสนใจ โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ
1.แก๊งคืนเงินภาษี
คนร้ายจะ หลอกเหยื่อว่าได้รับภาษีตกค้างคืนเนื่องจากมีการปรับลดหรือเหตุผล อื่นๆ หากต้องการเงินภาษีดังกล่าวต้องรีบดำเนินการภายในวันนี้เท่านั้น (แน่นอนว่าเหยื่ออยากได้เงินแต่ไม่มีเวลา) คนร้ายจะดำเนินการต่อไปดังนี้
- แนะนำให้ไปที่ตู้เอทีเอ็มที่คนร้ายถนัด
- ทำอย่างไรก็ได้ให้ผู้เสียหายเลือกเมนูภาษาอังกฤษ และพูดโต้ตอบอย่างรวดเร็วให้ผู้เสียหายสับสนจนต้องรีบทำการที่คนร้ายบอก
- หลอกให้อ่านตัวเลขและโอนเงินของเหยื่อ กว่าเหยื่อจะรู้ตัวว่าถูกหลอกก็ต่อเมื่อโอนเงินไปแล้ว
- คนร้ายวางหู ในช่วงนี้เหยื่อจะมีเวลาคิดและรู้ว่าถูกหลอก แต่สายเสียแล้ว
2.แก๊ง หนี้บัตรเครดิต คนร้ายจะหลอกเหยื่อว่ามีหนี้ บัตรเครดิตจากธนาคารต่างๆ ไม่ว่าเหยื่อจะมีบัตรเครดิตหรือบัญชีของธนาคารนั้นๆ หรือไม่ แน่นอนว่าเหยื่อจะต้องตกใจ จากนั้นคนร้ายจะดำเนินการต่อไปดังนี้
- เริ่มหลอกเหยื่อโดยใช้หมายเลขที่ไม่มีในสารบบ เช่น มีเครื่องหมายบวกอยู่ด้านหน้า หรือเป็นหมายเลขที่ไม่โชว์เบอร์
- คนร้ายจะใช้เสียงพูดที่บันทึกเสียงสุภาพสตรีหรือสุภาพบุรุษเลียนแบบทางธนาคาร
- คนร้ายจะพูดหลอกลวงเหยื่อ เช่น ท่านมีหนี้ค้างบัตรเครดิตของธนาคาร...100,000 บาท ฟังซ้ำกด 1 ภาษาอังกฤษกด 2 ติดต่อเจ้าหน้าที่กด 9
- เมื่อเหยื่อกด 9 จะมีคนร้ายอีกหนึ่งคนพูดจาไพเราะว่าเขาเป็นเจ้าหน้าที่ เพิ่งได้รับโอนสายจากคอลล์เซ็นเตอร์ ไม่ทราบรายละเอียด กรุณาแจ้งชื่อ สกุล เลขบัตรประชาชน อายุ ที่อยู่ เบอร์ที่ทำงาน เลขบัญชีและเลขบัตรเครดิตหากท่านมี จากนั้นจะหว่านล้อมอย่างรวดเร็วถึงวิธีการระงับหนี้แบบเร่งด่วนโดยโอนสายไป ยังคนร้ายอีกคน
- คนร้ายคนที่สามจะดำเนินการหลอกเหยื่อโดยแนะนำตนเองว่าเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่าย กฎหมาย และเร่งรัดหรือประนอมหนี้ธนาคาร ซึ่งพูดจารวดเร็วหว่านล้อมให้รีบระงับหนี้โดยทำธุรกรรมทางโทรศัพท์ หากต้องการให้กดตามที่คนร้ายบอก หรือรีบไปที่ตู้เอทีเอ็ม จากนั้นคนร้ายจะให้เลือกเมนูภาษาอังกฤษ และหลอกให้ผู้เสียหายปฏิบัติตามจนเสร็จสิ้นและวางหูไป ช่วงนี้ผู้เสียหายถึงมีเวลาคิดจึงรู้ว่าถูกหลอก
แต่หากหลอกเหยื่อให้โอนเงินไม่ได้ กลุ่มคนร้ายก็ได้ข้อมูลของเหยื่อไปหลอกธนาคารจริงเพื่อทำธุรกรรมจริงๆ ทางอินเทอร์เน็ตในทันที

วิธีรับมือ "คอลล์เซ็นเตอร์" ที่เขาแนะนำมีดังนี้คือ
1.ตรวจสอบหมายเลขที่โทรมาก่อนว่าเป็นหมายเลขของทางธนาคารที่ใช้บริการจริงหรือไม่
2.หากเป็นหมายเลขลักษณะ +56459876 ต้องสงสัยไว้ก่อน
3.หากเป็นหมายเลข "ไม่โชว์เบอร์" ให้แจ้งต้นสายว่าจะติดต่อกลับไปที่ธนาคารเอง
4.อย่า บอกรายละเอียดใดๆ ทั้งสิ้น ให้พยายามเป็นผู้ถามและฟังน้ำเสียง ส่วนมากคนร้ายพอถูกถามถึงรายละเอียด หรือที่ตั้งธนาคาร ทุกรายเริ่มลังเล
5.หากยังสงสัยให้รีบวางหู แล้วติดต่อไปที่ 1133 เพื่อสอบถามว่าหมายเลขที่โทรเข้ามานั้น เป็นของธนาคารใดจริงหรือไม่
6.ห้าม สนทนารายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัวกับหมายเลขโทรศัพท์ของบุคคลที่ ไม่รู้จักโดยเด็ดขาด หากจำเป็นให้มาพบที่ทำงาน โดยบอกเฉพาะตึก อาคาร ถนนเท่านั้น ห้ามบอกชั้นที่ทำงานหรือแผนกเด็ดขาด เพราะคนร้ายจะนำข้อมูลไปหลอกเพื่อนของเหยื่อต่อว่าเหยื่อแนะนำมา
7. ข้อสำคัญที่สุด....หากดำเนินการไปแล้ว...ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เร็วที่สุดค่ะ....เพื่อออกใบอายัติเงินบัญชีของเรากับทางธนาคาร.....
**** ถ้าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิเสธการรับแจ้งความ ให้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท่านนั้นได้เลยว่า นี่เป็นกรณี "แก๊งมิจฉาชีพขององค์กรข้ามชาติ" มีความผิดตามกฎหมาย สามารถแจ้งความดำเนินคดีทางอาญาได้ เป็นหน้าที่ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องดำเนินการทางกฎหมายและรับแจ้งความจากผู้ เสียหายได้ค่ะ ไม่ใช่เรื่องฉ้อฉลส่วนบุคคล

สรรหามาฝาก:thoentoday
อ่านบทความในหมวดเดียวกัน
กัมมันตรังสีคุณอนันต์โทษมหันต์
ความหมาย 13 หลัก เลขรหัสบัตรประชาชนคนไทย
เทคนิคการสร้างและรักษาประวัติข้อมูลเครดิต
โทรมาขายประกันชีวิต ทางโทรศัพท์

หน้าแรก
สถานที่ราชการ
ติดต่อเรา










ข่าวท้องถิ่น
บทความน่าสนใจ