ซอสมะเขือเทศ’ ต้านสารพัดโรค
ความเชื่อที่ว่าของสดดีกว่าของที่ปรุงแล้วก็ไม่ได้เป็นจริงเสมอ ไปในกรณีของมะเขือเทศเป็นหนึ่งในข้อยกเว้น ดังนั้น หากเราทราบถึงคุณค่าของอาหารแต่ละชนิดก็ควรปรุงให้ได้ประโยชน์ทางโภชนาการ ที่คุ้มค่าที่สุดด้วย
ปัจจุบัน"ซอสมะเขือเทศ"กลายมาเป็นเครื่องปรุงที่ได้รับ ความนิยมโดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่นิยมทานอาหารแบบตะวันตก บางคนถึงกับขาดซอสไม่ได้ราวกับว่าทานน้ำพริกกันเลยทีเดียว ซอสมะเขือเทศมีทั้งรสเปรี้ยว หวาน เค็ม ตามแต่ความเหมาะสมเข้ากับเมนูอาหารคุณค่าทางโภชนาการของซอสมะเขือเทศก็มีไม่ แพ้ความอร่อยหากทานในปริมาณที่เหมาะสม
ตามปกติแล้วเราจะรับประทานเครื่องปรุงอาหารต่างๆ หรือเครื่องจิ้มในอาหารไทย เช่น น้ำปลา ซอสปรุงรส หรือซีอิ๊ว ในปริมาณที่ไม่มากนัก เพราะมีความเค็ม แต่สำหรับซอสมะเขือเทศกลับแตกต่างออกไป เพราะเมื่อจิ้มทานเมื่อใดเราจะทานกันในปริมาณมากเพราะมีรสหวานนำ ซึ่งการที่เป็นเช่นนี้อาจทำให้เรามีโอกาสรับส่วนผสมประเภทน้ำตาล และโซเดียมในปริมาณที่มากเกินไปโดยไม่รู้ตัว ซึ่งครอบครัวคนรุ่นใหม่มักมีซอสมะเขือเทศติดครัวกันเกือบทุกบ้านซึ่งเป็นไป ตามลักษณะการรับประทานอาหารที่ได้รับค่านิยมจากชาวตะวันตก เช่น เฟรนช์ฟราย แฮมเบอร์เกอร์พิซซ่า สเต๊ก และสปาเกตตี อย่างไรก็ตามเด็กๆ และผู้ที่มีปัญหาสุขภาพเช่น โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ ควรหลีกเลี่ยงการทานซอสมะเขือเทศในปริมาณมากๆ เพราะต้องควบคุมน้ำตาล โซเดียม และสารกันบูด

องค์การอนามัยโลกได้กำหนดปริมาณน้ำตาลที่ควรบริโภคไว้ว่าไม่ควรเกิน 10%ของปริมาณพลังงานที่ได้รับในแต่ละวัน การบริโภคน้ำตาลในปริมาณที่พอเหมาะและไม่เป็นอันตราย คือไม่เกินวันละ10ช้อน ชาเท่านั้นเอง แต่เนื่องจากเด็กๆ ส่วนใหญ่ชอบซอสมะเขือเทศ จึงควรหัดให้เด็กรู้จักทานซอสมะเขือเทศอย่างพอดี เพื่อไม่ให้กลายเป็นคนติดรสหวาน และควรหัดให้เด็กหันมาทานมะเขือเทศแบบสดๆ มากกว่า
การทานซอสมะเขือเทศให้ได้ประโยชน์นั้นไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่นำซอสมะเขือเทศ ซอสสปาเกตตีหรือซอสพิซซ่ามาผสมกับน้ำมันมะกอกในปริมาณเล็กน้อย ร่างกายของเราก็จะทำการดูดซึมสารไลโคปีนหรือสารต้านอนุมูลอิสระในมะเขือเทศ ได้ดีขึ้นผลการวิจัยจากวารสารทางเกษตรเคมีของสหรัฐ ระบุว่าหากคุณต้องการเพิ่มความสามารถในการต่อต้านมะเร็งหรือโรคหัวใจจาก อาหารของคุณ ให้เติมซอสมะเขือเทศลงในอาหาร
และมีรายงานว่ามะเขือเทศที่ผ่านความร้อนหรือผ่านการปรุงสุกแล้ว จะมีปริมาณของไลโคปีน (Lycopene) และสารต้านอนุมูลอิสระอื่นๆ ในระดับที่สูงกว่ามะเขือเทศสดและยังสามารถดูดซึมและนำสารอาหารไปใช้ได้เต็ม ที่กว่าด้วยสถาบันมะเร็งของสหรัฐยังสำทับว่าไลโคปีนอาจช่วยป้องกันมะเร็งที่ ต่อมลูกหมาก ปอด และกระเพาะอาหารได้ รวมถึงยังอาจช่วยป้องกันโรคหัวใจได้อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ข้อเสียของมะเขือเทศที่ถูกปรุงให้สุกแล้ว คือจะสูญเสียวิตามินซีไป ถ้าทานมะเขือเทศสดแกล้มในอาหารจานหลักก็จะไม่ขาดวิตามินซี นอกจากนี้ ควรเลือกซื้อซอสมะเขือเทศที่ผลิตจากโรงงานที่ได้มาตรฐานและ เลือกซื้อโดยดูตราอย.เพื่อความมั่นใจว่าปลอดภัยจากการปน เปื้อน อย่าเติมหรือใส่ซอสมะเขือเทศในอาหารมากไป โดยเฉพาะในอาหารที่ขายทั่วไปตามข้างถนนหรือตลาดนัด เช่น ไส้กรอก หรือลูกชิ้นทอด เพราะซอสที่ร้านเหล่านั้นให้บริการอาจไม่ใช่ซอสที่ผลิตจากโรงงานที่ได้

ข้อมูลดีๆจาก :หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ
สรรหามาฝาก:thoentoday
อ่านบทความเพิ่มเติมในหมวดเดียวกัน

หน้าแรก
สถานที่ราชการ
ติดต่อเรา










ข่าวท้องถิ่น
บทความน่าสนใจ