โทรศัพท์มือถือภัยใกล้ตัวที่คุณอาจไม่รู้
ผู้ที่ใช้โทรศัพท์มือถือ บ่อยๆ และเป็นประจำ หากคุณสังเกตพบว่าตัวเองมักจะรู้สึกปวดศีรษะโดยไม่ทราบสาเหตุ กินยาแก้ปวดแล้วอาการก็ไม่ทุเลา ให้หมอตรวจร่างกายก็พบว่าปกติดีคุณทดลองหยุดใช้โทรศัพท์ดูสักพักสิครับ แล้วสังเกตตัวเองดูใหม่ว่ายังมีอาการปวดศีรษะอีกหรือเปล่า
ทำไมการใช้โทรศัพท์มือถือจึงทำให้มีอาการปวดศีรษะได้?

หลัก การรับ-ส่งสัญญาณของโทรศัพท์มือถือ คือ การแปลงเสียงพูดให้เป็นกระแสไฟฟ้าก่อนส่งออกไปในอากาศโดยอาศัยคลื่นพา เช่น คลื่นไมโครเวฟ แล้วไปตามสถานีเครือข่ายที่มีทั่วประเทศไทยโดยผ่านทางเสาอากาศ
ปกติ เรานำคลื่นไมโครเวฟมาใช้ในการอุ่นอาหาร เนื่องจากคลื่นถูกดูดซึมจากส่วนประกอบที่มีน้ำได้ดี และถ้ามีความเข้มสูงพอจะเกิดเป็นความร้อนทำให้อาหารนั้นร้อนขึ้นหรือสุกได้ ถึงแม้คลื่นไมโครเวฟที่กระจายอยู่ในอากาศยังไม่มีความเข้มถึงขีดอันตรายที่ จะเกิดความร้อนได้ แต่เสาอากาศของโทรศัพท์มือถือได้ดึงดูดคลื่นไมโครเวฟเข้าสู่เครื่องโทรศัพท์ ทำให้บริเวณที่อยู่ใกล้เสาอากาศ คือ ศีรษะจะได้รับคลื่นไมโครเวฟในปริมาณมากจนอาจเป็นสาเหตุให้เกิดอาการปวดศีรษะ ได้
ดังนั้นผู้ที่ใช้โทรศัพท์มือถือจำเป็นต้องหยุดใช้เครื่องชั่วคราว เมื่อมีอาการปวดศีรษะ และเปลี่ยนมาใช้โทรศัพท์ที่บ้านหรือสำนักงานแทน มิฉะนั้นสมองอาจค่อยๆกระทบกระเทือนจนไม่ปลอดภัย ในรายที่ยังไม่ปวดศีรษะควรติดตั้งเสาอากาศโทรศัพท์ให้สูงเลยศีรษะไป อาจช่วยลดอันตรายของคลื่นไมโครเวฟได้บ้าง

นอกจากอาการปวดศีรษะ มีผลเสียอื่นๆอีกหรือไม่ ? ?
ข้อ เสียอื่นๆ สำหรับผู้ที่ใช้โทรศัพท์เป็นประจำ คือ อาจมีอาการหูตึง เนื่องจากเสียงโทรศัพท์ไม่ชัดเจน มีเสียงรบกวนอยู่ตลอดเวลา ถ้าไม่ได้ใช้โทรศัพท์ในตำแหน่งที่รับส่งคลื่นได้สะดวก บุคลิกภาพของผู้ใช้โทรศัพท์ต้องเสียไป เนื่องจากต้องพะวักพะวงกับการหาตำแหน่งที่รับฟังได้ชัดเจนและยังต้องตะโกน พูดอยู่คนเดียว
การโทร.ไม่ติดหรือหลุดบ่อยทำให้อารมณ์เสีย หงุดหงิด สุขภาพจิตเสื่อมลง กล้ามเนื้อคอ หัวไหล่มักจะเกร็งเนื่องจากต้องถือโทรศัพท์อยู่ตลอดเวลา และบางครั้งยังต้องพยายามเอียงคอ และใช้มือดันโทรศัพท์ให้แนบติดกับใบหูอยู่ตลอดเวลา
การเกร็งตัว ของกล้ามเนื้อคอ เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ปวดศีรษะเพราะเมื่อกล้ามเนื้อหด ตัวตลอดเวลา หลอดเลือดจะส่งเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ การแก้ไขอาจต้องใช้โทรศัพท์ที่มีขนาดเบา อย่าคุยโทรศัพท์นานเกินควร และถ้าอยู่ในรถอาจผ่านเครื่องขยายเสียง และใช้ไมโครโฟนในการสนทนา ซึ่งในกรณีนี้นอกจากจะไม่เป็นผลเสียต่อสุขภาพแล้ว ยังลดอุบัติเหตุบนท้องถนนลงได้ หรือลดคำแช่งด่าจากผู้ที่ขับรถตามมาด้วย เพราะมัวแต่คุยโทรศัพท์จนทำให้รถติดขัด
ข้อเสียของโทรศัพท์มือถือที่ ทุกคนมักไม่ได้ตระหนักอีกประการหนึ่งคือ
ถ่านไฟที่ใช้กับโทรศัพท์มือถือ ประกอบด้วยสารอันตรายหลายชนิด เมื่อนำไปทิ้งโดยไม่มีการจัดการที่ถูกต้อง ทำให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม และเกิดสภาวะเป็นพิษต่อผู้ที่อาศัยอยู่รอบๆ อันตรายจากพิษตะกั่ว หรือสารอันตรายที่มีกัมมันตภาพรังสี เช่น แคดเมี่ยม ทำให้เส้นประสาทถูกทำลาย เกิดอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ เป็นอัมพาต และเป็นโรคอื่นๆอีกหลายชนิด
ผลงานวิจัยล่าสุดจากชาวสวีเดน ระบุว่าการใช้งานโทรศัพท์ในระยะเวลาที่นานอาจจะเป็นสาเหตุให้เกิดเนื้องอกใน สมองได้มากถึง 240% โดยเฉพาะบริเวณที่ศรีษะติดกับโทรศัพท์ ซึ่งขัดแย้งกับผลงานวิจัยอื่นๆ ที่เคยออกมาก่อนหน้านี้
เมื่อปีที่ผ่านมา สภาที่ปรึกษาด้านสุขภาพของชาวเนเธอร์แลนด์ (Dutch Health Council) ได้อธิบายงานวิจัยทั่วโลกโดยสรุป พบว่า ไม่มีหลักฐานใดที่พิสูจน์ได้ว่ารัศมีจากการใช้โทรศัพท์และโทรทัศน์จะเป็น อันตรายต่อสุขภาพ รวมถึงผลงานวิจัยจากประเทศอังกฤษที่ทุ่มเทเวลาถึง 4 ปีในการศึกษาก็แสดงให้เห็นว่าไม่ว่าจะใช้โทรศัพท์นานเท่าใดก็ไม่มีส่วน เกี่ยวข้อง
กับการโตของเนื้องอกแต่อย่างใด
แต่มาในปีนี้ นักวิจัยจากสถาบันวิจัยสำหรับชีวิตการทำงานแห่งชาติ (Swedish National Institute for Working Life) สังเกตอาการของผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ใช้โทรศัพท์มือถือจำนวน 2,200 คน เปรียบเทียบกับจำนวนเดียวกันของผู้ที่กำลังควบคุมสุขภาพอยู่
พบว่า ผู้ป่วยโรคมะเร็งจำนวน 905 คนที่มีอายุระหว่าง 20 - 80 ปี ได้รับความเสี่ยงจากการเป็นเนื้องอกในสมอง และประมาณหนึ่งในสิบ
จากจำนวนดังกล่าวเป็นผู้ที่ติดโทรศัพท์อย่างแรง
"มีผู้ที่เป็นมะเร็งกว่า 85 คนจากจำนวนผู้ที่ถูกทดสอบกว่า 905 คน ที่ติดการใช้โทรศัพท์เป็นอย่างมาก" นักวิจัยกล่าว
งานวิจัยดังกล่าวได้ถูกตีพิมพ์ในวารสาร International Archives of Occupational and Environmental Health เพื่อพุ่งเป้าไปยังผู้ที่ใช้โทรศัพท์มากกว่า 2,000 ชั่วโมงขึ้นไป หรือเทียบเท่ากับการใช้โทรศัพท์วันละ 1 ชั่วโมงนานถึง 10 ปี ให้ตระหนักถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับสุขภาพของตน นับว่างานวิจัยครั้งนี้พุ่งประเด็นแตกต่างจากงานวิจัยก่อนๆ ที่ต่างให้ความสำคัญกับผลกระทบของผู้ที่เริ้มใช้โทรศัพท์มือถือก่อนอายุ 20 ปี
งานวิจัยนี้ยังได้แสดงให้เห็นว่า การใช้โทรศัพท์เป็นเวลานานก็จะยิ่งทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดเนื้องอก ที่แฝงตัวอยู่ภายในศรีษะ โดยเฉพาะจุดเดียวกันกับที่วางโทรศัพท์แนบหู และอาจจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดพฤติกรรมต่างๆ อาทิ พฤติกรรมการสูบบุหรี่ เป็นต้น
"ผู้ที่ติดโทรศัพท์มือถืออย่างหนักก็จะยิ่งได้รับผลกระทบมาก และยิ่งมีโอกาสที่จะได้รับความเสี่ยงที่จะเกิดเนื้องอกระดับอันตรายโดยเฉพาะ
ส่วนที่โทรศัพท์ติดกับศรีษะมากถึง 240% ทีเดียว" Kjell Mild หนึ่งในผู้ที่ทำการวิจัย กล่าว
เด็กๆ จะมีความไวในการรับการกระตุ้นของคลื่นไมโครเวฟมากกว่าหรือไม่ ?

โดยทั่วไปแล้ว เด็กจะไวต่อการกระตุ้นจากสารเคมีต่างๆ ที่จะเกิดกับร่างกายของมนุษย์ จากการรายงาน ในประเทศออสเตรเลีย สรุปว่า เด็กจะดูดซับรังสีไมโครเวฟในอัตราที่สูงกว่าผู้ใหญ่ถึง 3 เท่า
1. ลดการใช้โทรศัพท์มือถือ โดยหลีกเลี่ยงการพูดโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานานๆ พยายามวางแผน การใช้โทรศัพท์ ล่วงหน้า เพื่อที่คุณจะใช้โทรศัพท์ที่บ้านแทน เมื่อต้องคุยเป็นเวลานาน
2. อย่าใช้มือถือขณะอยู่ในรถ หลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์มือถือ หากคุณอยู่ในรถ เพราะจะมีการเพิ่มปริมาณรังสี ไมโครเวฟ แต่ถ้าคุณ
มีความจำเป็นจริงๆ ที่จะต้องใช้โทรศัพท์เป็นประจำในขณะนั่งอยู่ภายในรถก็ควรติดตั้งเสาอากาศไว้บนหลังคารถของ
2. ป้องกันอันตรายของรังสีไมโครเวฟออกจากลูกๆ ของคุณอย่าวางโทรศัพท์มือที่เปิดอยู่ในเปลเด็กเล็กโทรศัพท์มือถือจะมี
การแผ่รังสีถึงแม้ว่าในขณะนั้นคุณจะไม่ได้ใช้มัน
3. หลีกเลี่ยงการคาดโทรศัพท์มือถือไว้ที่เอวของท่าน
ไม่มีความจำเป็นเลยที่คุณจะให้รังสีไมโครเวฟที่เป็นอันตราย นั้นวิ่งผ่านไขกระดูกที่อยู่บริเวณสะโพกและลูกอัณฑะของท่าน ซึ่งผลการวิจัยกล่าวว่าเป็นบริเวณที่มีความเสี่ยงมากที่สุด ก่อนหน้านี้ได้มีการเตือนถึงอันตราย ในการวางโทรศัพท์ไว้ที่กระเป๋าเสื้อใกล้ๆ กล้ามเนื้อหัวใจ แต่จากการวิจัยล่าสุดบริเวณนี้ ถือว่าปลอดภัยสูงสุด ถ้าคุณไม่เคยผ่านการ ผ่าตัดติดตั้งเครื่องกระตุ้นการเต้นกล้ามเนื้อหัวใจ และอีกบริเวณที่มีอันตราย น้อยที่สุด คือ วางโทรศัพท์มือถือไว้ที่กระเป๋าบริเวณขา เช่น กระเป๋าของกางเกงทหาร
4. การถือโทรศัพท์เคลื่อนที่ขณะสนทนา พยายามชี้ เสาอากาศ ไปทางด้านหลัง ให้ห่างจากศีรษะของท่านมากที่สุด
5. หันมาใช้อุปกรณ์ที่ช่วยลดการแพร่กระจายรังสี เช่น ซองป้องกันการแพร่กระจายของคลื่นไมโครเวฟ หรืออาจใช้อุปกรณ์เสริมประเภท Headset, Small talk, Handsfree ขณะโทรศัพท์แทนการแนบกับหูโดยตรง …
..สนใจดูแล และป้องกันตัวเอง ลดอันตรายจากการใช้มือถือ ก่อนอะไร ๆ จะสายเกินไป
![]()
ข้อมูลดีไจาก: นิตยสารหมอชาวบ้าน
ค้นหามาฝาก:thoentoday
อ่านบทความในหมวดเดียวกัน
7 สิ่งที่คุณควรหยุดทำทันทีใน FaceBook
เรื่องหลักที่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ควรรู้

หน้าแรก
สถานที่ราชการ
ติดต่อเรา










ข่าวท้องถิ่น
บทความน่าสนใจ