อาการเสพติดภัยเงียบใกล้ตัวคุณ
**โจ๋ 18 คลั่งเกมออนไลน์ ลากแท็กซี่เป็นเหยื่อซ้อมมือ
**สาวสวิสโดนไล่ออกจากงานเพราะถูกจับได้ว่าเล่นเฟซบุ๊กระหว่างลาป่วย
**เด็กสเปนติดมือถือหนักไม่กิน ไม่นอน ไม่เรียน ถูกส่งบำบัดด่วน
ตัวอย่างดังกล่าวไม่ใช่แค่พาดหัวสนุกๆ ปลุกเร้าความสนใจ แต่เป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์จริง ที่เกิดขึ้นแทบทุกมุมโลก และเกิดได้กับคนทุกเพศทุกวัย ซ้ำร้ายบางคนยังอาจตกเป็นเหยื่อของมันโดยไม่รู้ตัวภัยเงียบแสนร้ายกาจนี้มีชื่อเรียกว่า อาการเสพติดอย่างอ่อนๆ! (Soft Addictions)

เราเสพติดอะไรกันบ้าง
แทบไม่น่าเชื่อว่า ทุกกิจกรรมที่เราทำในแต่ละวันตั้งแต่ลืมตาตื่นขึ้นมาจนกระทั่งถึงเวลานอน หลับพักผ่อนอีก
ครั้งหนึ่ง เช่น ดื่มกาแฟ กินอาหารฟาสต์ฟู้ด ช็อปปิ้ง ดูโทรทัศน์ ฟังเพลง คุยโทรศัพท์ เล่นอินเทอร์เน็ต หรือ
พฤติกรรมการแสดงออกบางอย่าง เช่น ไม่ตรงต่อเวลา ผัดวันประกันพรุ่ง ขี้เมาท์ ช่างประชดประชัน เหน็บแนม
แม้แต่กิจกรรมเฉพาะกิจอย่างการทำศัลยกรรม
ทุกสิ่งที่กล่าวมาล้วนสามารถพัฒนาเป็น “อาการเสพติด” ได้โดยไม่ยาก เมื่อใดก็ตามที่สิ่งเหล่านั้นไม่ใช่แค่
“Do” แต่เป็น “Overdo” หรือเป็นการกระทำที่มากเกินกว่าปกต ิซึ่งส่งผลกระทบต่อกิจกรรมอื่นๆ ในชีวิตทั้งของเจ้าตัวเองรวมไปถึงผู้คนรอบข้าง
ที่สำคัญคือ กว่าจะรู้ตัวว่าเริ่มเสพติดสิ่งเหล่านี้เข้าให้แล้วแต่ละรายก็ต้องใช้เวลานานพอดู เพราะแทบทุกคนมักคิดว่ากิจกรรมและพฤติกรรมเหล่านี้ไม่เป็นอันตราย ไม่ผิดแปลกจากสังคม ไม่ผิดกฎหมาย ทำได้โดยเสรีไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ เหมือนกับการเสพสิ่งเสพติดต้องห้ามทว่าในความเป็นจริงนั้น ดอกเตอร์จูดิท ไรท์ (Dr. Judith Wright) เจ้าของผลงาน The Soft AddictionSolution หนังสือขายดีในสหรัฐอเมริกา นักพูดสร้างแรงบันดาลใจชื่อดัง และผู้ก่อตั้ง Wright GraduateInstitute (Philosophy & Misson) สถาบันพัฒนาทางศักยภาพมนุษย์ เผยว่า
หากนำความรู้สึกที่เกิดขึ้นยามทำกิจกรรม หรือแสดงพฤติกรรมเสพติดเหล่านี้เปรียบเทียบกับการติดสิ่งเสพติดจริงๆเราจะพบว่าความรู้สึกเสพติดที่เกิดขึ้นนั้น “แทบไม่ต่างกันเลย” เพราะทำให้เราหลุดพ้นหรือหมดความสนใจต่อกิจกรรมรอบข้าง ทั้งยังไร้ความรู้สึกต่ออารมณ์อื่นๆ เช่น ความเครียด ความหดหู่ ซึมเศร้า ณ เวลานั้นได้โดยสิ้นเชิงเหมือนกัน

ถึงตรงนี้ลองมาสำรวจตัวเองดูไหมว่า “คุณเริ่มมีอาการเสพติดหรือยัง”
- คุณเริ่มสนุกที่จะทำสิ่งเหล่านั้น และมักต้องเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละครั้งจึงจะพอใจ
- คุณทำสิ่งเหล่านั้นด้วยความเคยชินเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตแม้จะแทรกแซงกิจวัตรอื่นๆ ก็ตาม
- คุณรู้สึกเหมือนขาดบางอย่างในชีวิตไป หากวันไหนไม่ได้ทำสิ่งเหล่านั้น
- ถ้ามีใครขัดใจหรือมีอุปสรรคทำให้คุณไม่สามารถทำสิ่งเหล่านั้นได้ คุณจะโมโหร้ายจนน่าตกใจ
- เมื่อมีคนตั้งข้อสงสัยว่า “คุณเริ่มติดสิ่งเหล่านั้นเข้าแล้ว” คุณจะไม่พอใจและรีบปฏิเสธทันที
- คุณพยายามหาข้ออ้างหรือโกหกคนอื่นว่าที่ต้องทำไปก็เพราะความจำเป็นทั้งนั้น
- คุณมักบอกตัวเองว่า “คุณเลิกมันได้ง่ายๆ” แต่เมื่อพยายามลองเลิกดูจริงๆ กลับทำไม่ได้สักที
- ประสิทธิภาพการทำงานลดลง ความสัมพันธ์ในครอบครัวเริ่มแย่ หรือสถานการณ์การเงินเริ่มสั่นคลอน
- เมื่อถูกจับตามองมากขึ้น คุณก็มักแอบทำกิจกรรมนั้นไม่ให้ใครรู้เหมือนคนกลัวความผิด
ถ้าคำตอบของคุณคือ “ใช่” มากกว่า 4 ข้อขึ้นไป นั่นหมายถึงว่า อาการเสพติดเล่นงานคุณเข้าให้แล้ว
เสพติด “ไม่ดี” อย่างไร
จูดิท ไรท์ บอกว่า ถึงแม้ว่าการเสพติดอ่อนๆ นี้อาจจะฆ่าหรือทำร้ายคุณไม่ได้รุนแรงเท่ากับสิ่งเสพติด
แต่ก็สามารถ “บ่อนทำลายชีวิตคุณ” ได้ทีละน้อยๆ เหมือนกัน ที่เห็นชัดเจนได้แก่ความสูญเสียต่อไปนี้
- เสียเวลา เวลาที่จัดสรรไว้สำหรับกิจกรรมอื่นๆ ถูกเบียดบังจนต้องอดนอน หลับใน มาสาย
- เสียเงิน ใช้เงินเกินความจำเป็น เช่น ค่าช็อปปิ้ง ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเทอร์เน็ต ฯลฯ
- เสียเพื่อน เสียพื้นที่ความรักในครอบครัว ใส่ใจอยู่แต่กิจกรรมตรงหน้า ปฏิสัมพันธ์กับผู้คนรอบข้างลดลง อย่างน่าใจหาย สุดท้ายจะเหมือนอยู่ในโลกส่วนตัวตลอดเวลา
- เสียโอกาสความก้าวหน้าในการศึกษาและหน้าที่การงาน ทำทุกอย่างอย่างรีบเร่งเพื่อให้ได้ทำกิจกรรมที่เสพติดโดยเร็วที่สุด คนเหล่านี้จึงมักขาดความรอบคอบและการตัดสินใจที่ดี
- เสียสุขภาพ พักผ่อนไม่เพียงพอ กินอาหารไม่มีประโยชน์ เครียด ขาดการออกกำลังกาย
- เสียคน หมดความน่าเชื่อถือ เช่น โกหกบ่อยขึ้น ชอบผัดวันประกันพรุ่ง กลายเป็นคนไม่รู้จักพอ
ร้ายยิ่งไปกว่านั้น การเสพติดบางกรณียังอาจทำให้คุณ “เปลี่ยน” เป็นคนละคนทั้งทางร่างกายและจิตใจ ทำความเสียหายให้คุณชนิดที่ไม่อาจเรียกร้องกลับคืนมาได้

ดังกรณีของเด็กติดเกมที่ต้องชิงทรัพย์เพื่อหาเงินมาซื้อชั่วโมงเล่นเกม บางคนก็ “อินจัด” จินตนาการว่าตัวเองอยู่ในเกมถึงขั้นลงมือทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ชีวิตก็มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ หรือการคลั่งศัลยกรรมอย่างหนักจนเปลี่ยนเป็นคนละคน แม้แต่คนใกล้ชิดที่สุดอย่างพ่อแม่ก็จำลูกตัวเองไม่ได้
โรคยอดฮิต “อินเทอร์เน็ตลิซึม!”
นิตยสาร New Scientist จากประเทศอังกฤษ เผยถึงโรคกลุ่ม “E-Habits” หรือโรคที่เกิดจากนิสัยการใช้อินเทอร์เน็ตจนเสพติดว่า นับวันจะเพิ่มปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้โรคยอดฮิตบางส่วน ได้แก่
- Crackberry ชื่อเรียกพฤติกรรมรวมๆ ของคนวิตกจริตที่ต้องคอยเช็กโทรศัพท์มือถือ อีเมลตลอดเวลา
- Egosurfing คนที่มักบอกตัวเองว่า “ใช้เวลานิดเดียว” แต่จริงๆ ใช้เวลาไม่เคยต่ำกว่า 1 ชั่วโมง
- Blog streaking คนที่ชอบนำข้อมูลส่วนตัวไปเผยแพร่ตามเว็บไซต์สาธารณะจนเกิดอันตราย
- YouTube narcissism คนชอบอัพเดตคลิปวิดีโอใหม่ๆ ทั้งของตนเองและผู้อื่นเผยแพร่สาธารณะ
- Cyberchondria คนที่ชอบอ่านข้อมูลทางการแพทย์ในเว็บไซต์แล้ววิตกจริตจิตป่วนตามข้อมูลนั้นๆ
- Wikipediaholism คนที่ชอบเข้าไปเพิ่มข้อมูลในเว็บไซต์สารานุกรมออนไลน์เสรีต่างๆ ให้ทันสมัย
ตลอดเวลา
ศัลยกรรมเปลี่ยนชีวิต
ฮัน มี อ๊ก อดีตนักร้องสาวสวยเกาหลีที่คลั่งศัลยกรรมอย่างถอนตัวไม่ขึ้น จนกระทั่งแพทย์ปฏิเสธจะทำ
ศัลยกรรมให้เธออีกต่อไป เธอจึงตัดสินใจฉีดพาราฟินและน้ำมันที่ใช้ทำอาหารเข้าใบหน้าตัวเองหลายครั้ง ไม่นานนักศีรษะของฮันก็เริ่มขยายใหญ่ขึ้นจนน่ากลัว สายตาพร่ามัวมองแทบไม่เห็นและไม่สามารถหันศีรษะได้เลย
ปัจจุบันฮันเข้ารับการผ่าตัดกว่า 15 ครั้ง ด้วยความหวังที่จะกลับมามีชีวิตปกติอีกครั้ง แม้จะไม่สวย ไม่มีชื่อเสียงเหมือนแต่ก่อนก็ตาม เพราะเธอได้เรียนรู้แล้วว่า “ความสุขที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ความงาม”

ฮัลโหล ฮัลโหล เทเลโฟนลิซึมมาแล้วจ้า
องค์กร ASR ของญี่ปุ่น (องค์กรค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับความเป็นมนุษย์) สำรวจพบว่า ประชากรญี่ปุ่นจำนวน 128 ล้านคน มีวัยรุ่นใช้โทรศัพท์มือถือประมาณ 48 เปอร์เซ็นต์ และในจำนวนนั้นมีคนเป็นโรคเสพติดการใช้โทรศัพท์มือถือถึง 13 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 8,652,800 คน
แต่นั่นยังไม่น่าตกใจเท่ากับที่องค์กร ASR พบว่า เมืองไทยเราน่าจะมีคนเป็นโรคนี้จำนวนถึง 16,582,000 คน ต่อจำนวนประชากร 65 ล้านคน และยังอาจเพิ่มจำนวนขึ้นอีกเรื่อยๆ
นี่เป็นสัญญาณอันตรายที่บ่งบอกว่า ถึงเวลาแล้วที่เราต้องหันมาใส่ใจพฤติกรรมการใช้มือถือของตนเองและคนใกล้ตัว เพราะไม่เพียงการติดโทรศัพท์มือถือจะเพิ่มค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็นแล้ว พฤติกรรมดังกล่าวยังทำให้คุณอายุสั้นลงอีกด้วย เพราะต้องเผชิญกับโรคเส้นประสาทคออักเสบเส้นประสาทหูอักเสบ หูน้ำหนวก ฯลฯ

อ่านบทความเพิ่มเติมในหมวดเดียวกัน

หน้าแรก
สถานที่ราชการ
ติดต่อเรา










ข่าวท้องถิ่น
บทความน่าสนใจ