คอมพิวเตอร์ ถ้าใช้ผิดวิธีต้องรับโทษอย่างไร
000 หลายคงเคยได้ยิน พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 กันบ้างแล้ว ซึ่งพระราช
บัญญัติ ดังกล่าวผ่านการเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติและมีผลใช้บังคับตั้งแต่ 18 กรกฎาคม พ.ศ.2550 พระราชบัญญัตินี้
จะมีผลกระทบกับผู้ใช้คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต โดยทั่วไป เพราะหากท่านทำให้เกิดความผิดทางคอมพิวเตอร์ (ไม่ว่าจะ
บังเอิญหรือตั้งใจ) ก็อาจจะมีผลกับกระทบท่านโดยที่ไม่รู้ว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่เป็นความผิด
และที่สำคัญ คือผู้ให้บริการ ซึ่งหมายถึง
1. ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมไม่ว่าโดยระบบโทรศัพท์ ระบบดาวเทียม ระบบวงจรเช่าหรือบริการสื่อสารไร้สาย
2. ผู้ให้บริการการเข้าถึงระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ไม่ว่าโดยอินเตอร์เน็ตทั้งผ่านสายและไร้สายหรือในระบบเครือข่าย
000คอมพิวเตอร์ภายในที่เรียกว่าอินเตอร์เน็ต ที่จัดตั้งขึ้นเฉพาะองค์กรหรือหน่วยงาน
3. ผู้ให้บริการระบบคอมพิวเตอร์ หรือให้เช่าบริการโปรแกรมประยุกต์ (Host Service Provider)
4. ผู้ให้บริการข้อมูลคอมพิวเตอร์ผ่าน Application ต่างๆ ที่เรียกว่า content provider
สิ่งที่ท่านต้องเข้าใจคือว่า ผู้ให้บริการ นอกจากจะหมายถึง Internet Service Provider ทั่วไปแล้ว ยังหมายถึง
0000ผู้ดูแลเว็บ และครอบคลุมถึงหน่วยงานที่มีการจัดบริการออนไลน์ บริการใช้อินเตอร์
เน็ตและเครือข่ายทั่วไปในหน่วยงานของตนเองอีกด้วย เจ้าของร้านอินเทอร์เน็ต เจ้าขอเว็บไซต์ รวมทั้งเจ้าของเว็บบอร์ด ล้วนแล้วเข้าข่ายที่จะเป็นผู้ให้บริการทั้งสิ้น
00000หากท่านเปิดบริการให้สาธารณชน เข้ามาใช้บริการเข้าถึงอินเตอร์เน็ต หรือสามารถแพร่ข้อความ ภาพ และเสียง
ผ่านเว็บที่ท่านเป็นเจ้าของ ผู้ให้บริการตามกฎหมายนี้ จะต้องปฏิบัติตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติฯนี้ กล่าวคือ

0000"มาตรา ๒๖ ผู้ให้บริการต้องเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ไว้ไม่น้อยกว่าเก้าสิบวัน นับแต่วันที่
ข้อมูลนั้นเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ แต่ในกรณีจำเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่จะสั่งให้ผู้ให้บริการผู้ใดเก็บรักษาข้อมูล
จราจรทางคอมพิวเตอร์ไว้เกินเก้าสิบวันแต่ไม่เกินหนึ่งปีเป็นกรณีพิเศษเฉพาะรายและเฉพาะคราวก็ได้
0000ผู้ให้บริการจะต้องเก็บรักษาข้อมูลของผู้ใช้บริการเท่าที่จำเป็นเพื่อให้สามารถระบุตัวผู้ใช้บริการนับตั้ง
แต่เริ่มใช้บริการและต้องเก็บรักษาไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับตั้งแต่การใช้บริการสิ้นสุดลง
ผู้ให้บริการผู้ใดไม่ปฎิบัติตามมาตรานี้ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าแสนบาท"
00000หลักในการเก็บข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับกฎหมายนี้
คือ จัดเก็บข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ให้น่าเชื่อถือ
ขอให้ท่านยึดหลักการง่ายๆ คือข้อมูลที่เก็บ ต้องมีรายการที่สามารถระบุว่า ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ เป็นใคร เข้ามา
ทางเครือข่ายได้อย่างไร มีหมายเลข IP อะไร ใช้โปรแกรมประยุกต์อะไร ในห้วงเวลาใด นาฬิกาของเครื่อง
คอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์สื่อสาร และข้อมูลจราจร ต้องมีการจัดเก็บอย่างปลอดภัย ไม่เสี่ยงต่อการถูกแก้ไข
หรือสื่อข้อมูลเสื่อมคุณภาพ ในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 90 วัน
000000อนึ่ง หลังจากกฎหมายนี้ประกาศใช้แล้ว “ผู้ใช้” อินเตอร์เน็ตจะต้องปรับตัวกันหรือไม่นั้น ผู้เขียนเห็นว่า ถ้าใช้
โดยสุจริต ไม่มีปัญหาเลย ข้อกฎหมายจะไม่ยุ่งเกี่ยว นอกจากคนที่มีเจตนามุ่งร้าย เช่น ส่ง Spam Mail ไปรบกวน โดย
ทางกฎหมาย การส่ง Spam เป็นความผิด แต่นั่นหมายความว่าต้องมีเจตนาด้วย ส่วนในเรื่องของเสรีภาพของคน
ใช้อินเตอร์เน็ตจะลดลงหรือไม่นั้น คงไม่ใช่ปัญหาเพราะท่านเองจะได้รับการคุ้มครองมากขึ้น เสรีภาพในทาง
ที่ผิดก็จะถูกควบคุม อย่าง แคมฟร็อก คิดว่านี่คือการใช้เสรีภาพหรือ ในขณะที่ต่างชาติเขาคุมกันเองได้ แต่พวกเราไม่
คุมเลย อย่างนี้ เมื่อคุมเองไม่ได้ ก็ต้องถูกคนอื่นเขาบังคับ เท่านั้นล่ะ อีกอย่างในฐานะบุคคลธรรมดาอย่างเราๆ ไม่ควรทำ
ในสิ่งต่อไปนี้ เพราะอาจจะเป็นหนทางที่นำไปสู่ "กระทำความผิด" ตาม พรบ.นี้

1 อย่าบอก password ของท่านแก่ผู้อื่น
2 อย่าให้ผู้อื่นยืมใช้เครื่องคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่อเข้าเน็ต
3 อย่าติดตั้งระบบเครือข่ายไร้สายในบ้านหรือที่ทำงานโดยไม่ใช้มาตรการการตรวจสอบผู้ใช้งานและการ
00เข้ารหัสลับ
4 อย่าเข้าสู่ระบบด้วย user ID และ password ที่ไม่ใช่ของท่านเอง
5 อย่านำ user ID และ password ของผู้อื่นไปใช้งานหรือเผยแพร่
6 อย่าส่งต่อซึ่งภาพหรือข้อความ หรือภาพเคลื่อนไหวที่ผิดกฎหมาย
7 อย่ากด "remember me" หรือ "remember password" ที่เครื่องคอมพิวเตอร์สาธารณะ และอย่า log-in
00เพื่อทำธุรกรรมทางการเงินที่เครื่องสาธารณะ ถ้าท่านไม่ใช่เซียนทาง computer security
8 อย่าใช้ WiFi (Wireless LAN) ที่เปิดให้ใช้ฟรี โดยปราศจากการเข้ารหัสลับข้อมูล
หากท่านกระทำผิดหรือฝ่าฝืน พระราชบัญญัติดังกล่าวจะต้องรับโทษดังนี้

*** คิดสักนิด *** คอมพิวเตอร์ไม่เคยทำร้ายเรา เพราะถ้ามันทำร้าย เราเล่นงานมันได้ แต่ถ้าไม่มีกฎหมายมาคุ้มครอง
มันทำร้ายเราๆไปเล่นงานมันไม่ได้ ไม่รู้จะไปหาใคร ไม่มีข้อกฎหมาย อีกอย่างกฎหมายพยายามเน้นว่า คอมพิวเตอร์นั้น
ถ้านำไปใช้ในทางที่สุจริตก็จะคุ้มครอง ใครเอาไปใช้ในทางที่ไม่สุจริตก็ต้องรับโทษ นั่นเอง

ค้นหามาฝาก:thoentoday
อ่านบทความในหมวดเดียวกัน
7 สิ่งที่คุณควรหยุดทำทันทีใน FaceBook
เรื่องหลักที่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ควรรู้

หน้าแรก
สถานที่ราชการ
ติดต่อเรา










ข่าวท้องถิ่น
บทความน่าสนใจ