มาทำความรู้จัก 3G กัน
3G : Third Generation เทคโนโลยี 3G คืออะไร
3G หรือ Third Generation เป็นเทคโนโลยีการสื่อสารในยุคที่ 3 อุปกรณ์การสื่อสารยุคที่ 3 นั้นจะเป็นอุปกรณ์ที่ผสมผสาน การนำเสนอข้อมูล และ เทคโนโลยีในปัจจุบันเข้าด้วยกัน เช่น PDA โทรศัพท์มือถือ Walkman, กล้องถ่ายรูป และ อินเทอร์เน็ต 3G เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาต่อเนื่องจากยุคที่ 2 และ 2.5 ซึ่งเป็นยุคที่มีการให้บริการระบบเสียง และ การส่งข้อมูลในขั้นต้น ทั้งยังมีข้อจำกัดอยู่มาก การพัฒนาของ 3G ทำให้เกิดการใช้บริการมัลติมีเดีย และ ส่งผ่านข้อมูลในระบบไร้สายด้วยอัตราความเร็วที่สูงขึ้น
ลักษณะการทำงานของ 3G

ด้วยคลื่นความถี่ 900 MHz ซึ่งการสื่อสารด้วย 3G นี้ จะทำให้โทรศัพท์ของคุณมีคุณภาพของสัญญาณที่ชัดเจนและมีคุณสมบัติการใช้งาน ที่หลากหลายมากขึ้น และสามารถรองรับการรับ -- ส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูงสุด (High Speed) ถึง 7.2 Mbps
3G จึงทำให้วันนี้ การสื่อสารของคุณจะไม่ถูกจำกัดเพียงแค่การใช้งานด้วยการพูดเพียงอย่างเดียว แต่ 3G จะทำให้คุณสามารถใช้โทรศัพท์แบบ Video Call แบบเห็นภาพและเสียงระหว่างคู่สนทนาได้แบบสดๆ อย่างชัดเจน ทันที ไม่มีสะดุด รวมถึงเทคโนโลยีที่ทำให้ความสามารถรับ- ส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูง จึงทำให้สามารถรองรับการดาวน์โหลดไฟล์ข้อมูลหรือแอพพลิเคชั่นต่างๆ มากมาย ตามที่คุณต้องการอย่างรวดเร็ว ไม่ติดขัด ไม่ว่าจะเป็น เกมส์ใหม่ๆ, เพลงหรือมิวสิควิดีโอยอดนิยมต่างๆ, ข่าวสารและข้อมูลงานต่างๆ เพื่อความเป็นต่อทางด้านธุรกิจของคุณได้ทันที

ชีวิตของคุณผ่านการใช้งาน 3G จะอิสระมากขึ้น ไม่ต้องนั่งอยู่หน้าวิทยุเพื่อรอฟังเพลงหรือเพื่อชมรายการโปรด และไม่ต้องนั่งจ้องอยู่แต่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์หรือโต๊ะทำงานเพื่อรอ ข้อมูลอีกต่อไป
เมื่อเปรียบเทียบเทคโนโลยี 2G กับ 3G แล้ว 3G มีช่องสัญญาณความถี่ และ ความจุในการรับส่งข้อมูลที่มากกว่า ทำให้ประสิทธิภาพในการรับส่งข้อมูลแอพพลิเคชั่น รวมทั้งบริการระบบเสียงดีขึ้น พร้อมทั้งสามารถใช้ บริการมัลติมีเดียได้เต็มที่ และ สมบูรณ์แบบขึ้น เช่น บริการส่งแฟกซ์, โทรศัพท์ต่างประเทศ ,รับ-ส่งข้อความที่มีขนาดใหญ่ ,ประชุมทางไกลผ่านหน้าจออุปกรณ์สื่อสาร, ดาวน์โหลดเพลง, ชมภาพยนตร์แบบสั้นๆ
เทคโนโลยี 3G น่าสนใจอย่างไร

จากการที่ 3G สามารถรับส่งข้อมูลในความเร็วสูง ทำให้การติดต่อสื่อสารเป็นไปได้ อย่างรวดเร็ว และ มีรูปแบบใหม่ๆ มากขึ้น ประกอบกับอุปกรณ์สื่อสารไร้สายในระบบ 3G สามารถให้บริการระบบเสียง และ แอพพลิเคชั่นรูปแบบใหม่ เช่น จอแสดงภาพสี, เครื่องเล่น mp3, เครื่องเล่นวีดีโอ การดาวน์โหลดเกม, แสดงกราฟฟิก และ การแสดงแผนที่ตั้งต่างๆ ทำให้การสื่อสารเป็นแบบอินเตอร์แอคทีฟ ที่สร้างความสนุกสนาน และ สมจริงมากขึ้น
3G ช่วยให้ชีวิตประจำวันสะดวกสบายและคล่องตัวขึ้น โดย โทรศัพท์เคลื่อนที่เปรียบเสมือน คอมพิวเตอร์แบบพกพา, วิทยุส่วนตัว และแม้แต่กล้องถ่ายรูป ผู้ใช้สามารถเช็คข้อมูลใน account ส่วนตัว เพื่อใช้บริการต่างๆ ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ เช่น self-care (ตรวจสอบค่าใช้บริการ), แก้ไขข้อมูลส่วนตัว และ ใช้บริการข้อมูลต่างๆ เช่น ข่าวเกาะติดสถานการณ์, ข่าวบันเทิง, ข้อมูลด้านการเงิน, ข้อมูลการท่องเที่ยว และ ตารางนัดหมายส่วนตัว
"Always On"

คุณสมบัติหลักของ 3G คือ มีการเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายของ 3G ตลอดเวลาที่เราเปิดเครื่องโทรศัพท์ (always on) นั่นคือไม่จำเป็นต้องต่อโทรศัพท์เข้าเครือข่าย และ log-in ทุกครั้งเพื่อใช้บริการรับส่งข้อมูล ซึ่งการเสียค่าบริการแบบนี้ จะเกิดขึ้นเมื่อมีการเรียกใช้ข้อมูลผ่านเครือข่ายเท่านั้น โดยจะต่างจากระบบทั่วไป ที่จะเสียค่าบริการตั้งแต่เราล็อกอินเข้าในระบบเครือข่าย
อุปกรณ์สื่อสารไร้สายระบบ 3G

สำหรับ 3G อุปกรณ์สื่อสารไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่โทรศัพท์เท่านั้น แต่ยังปรากฏในรูปแบบของอุปกรณ์ สื่อสารอื่น เช่น Palmtop, Personal Digital Assistant (PDA), Laptop และ PC
วิวัฒนาการของ 3 G อุปกรณ์สื่อสารไร้สายระบบ 3G
สำหรับ 3G อุปกรณ์สื่อสารไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่โทรศัพท์เท่านั้น แต่ยังปรากฏในรูปแบบของอุปกรณ์ สื่อสารอื่น เช่น Palmtop, Personal Digital Assistant (PDA), Laptop และ PC
วิวัฒนาการของ 3 G

1 G : First Generation
ยุคแรกของการใช้งานโทรศัพท์มือถือ เป็นยุค Analog ที่สามารถใช้งานแค่โทรศัพท์อย่างเดียว
2 G : Secord Generation
เป็นยุคของ Digital ทำให้สามารถใช้งานเพิ่มเติมจากโทรศัพท์ มาใช้รับส่งข้อมูลได้
2.5G : 2.5 Generation
เป็นยุคของระบบ GPRS ที่สามารถใช้งานในเรื่องของ Wireless ได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น
บางข้อมูลก็มีการกล่าวถึงยุค 2.75G ที่ได้พูดถึงเทคโนโลยี EDGE ซึ่งเป็นเทคโนโลยีส่งข้อมูลแบบไร้สาย ที่พัฒนามาจากพื้นฐาน GPRS
โทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่สาม หรือ Third Generation of Mobile Telephone หรือ เรียกย่อว่า 3G นั้น ITU (International Telecommunication Union) หรือ สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นองค์กรชำนัญพิเศษแห่งสหประชาชาติ ทำหน้าที่ให้คำแนะนำและวางหลักเกณฑ์ในบริหารการกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมให้ กับประเทศสมาชิกต่างๆ ทั่วโลก ได้มีแนวทางในการวางหลักเกณฑ์การบริหารทรัพยากรโทรคมนาคมของแต่ละประเทศ เพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

ITU ได้ให้มีการกำหนดมาตรฐานสิ่งที่เรียกว่า เครื่องโทรคมนาคมแบบเคลื่อนที่ ซึ่งรวมถึงโทรศัพท์เคลื่อนที่ด้วย (อุปกรณ์โทรคมนาคมในยุคต่อไปอาจจะใช้รวมกันหลายชนิด ทั้งโทรศัพท์บ้าน โทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือดาวเทียม เป็นต้น) เรียกรวมกันว่ามาตรฐาน IMT-2000 (International Mobile Telecommunications-2000) ซึ่ง ITU ได้กำหนดความหมายของมาตรฐานดังกล่าวในเชิง ย่านความถี่ (Spectrum Band) และมาตรฐานการเชื่อมต่อทางเทคนิค (Technical Standard).

สรรหามาฝาก:thoentoday
อ่านบทความเพิ่มเติมในหมวดเดียวกัน
เตือนระวังภัย วันโกหก ผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก
เรื่องหลักที่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ควรรู้

หน้าแรก
สถานที่ราชการ
ติดต่อเรา










ข่าวท้องถิ่น
บทความน่าสนใจ