http://www.thoentoday.com
Engine by iGetWeb.com
 หน้าแรกข่าวท้องถิ่นพาเที่ยวเมืองเถิน สถานที่ราชการบทความน่าสนใจ ติดต่อเรา

พาเที่ยวเมืองเถิน

ไอทีน่ารู้

ชมรม/กิจกรรมสร้างสรรค์

บทความด้านสูขภาพ

เปิดไฟนอน อันตราย ต่อสุขภาพ
อาหารล้างพิษ 20 ชนิด
น้ำใบบัวบก ทำตาใสปิ๊ง
วิธีสังเกตอาการเบื้องต้นของมะเร็งชนิดต่างๆ
10 อาหารเสริมน่ารู้ สำหรับผู้ชาย
ซอสมะเขือเทศต้านสารพัดโรค
ไม่ออกกำลังกายโรค ‘อัลไซเมอร์’ ถามหา
อาการเสพติดภัยเงียบใกล้ตัวคุณ
อาหารเป็นพิษในฤดูร้อน
อาหาร 10 อย่างที่ไม่ควรกินมากเกินไป
เหล้านักฆ่าที่คนไม่กลัว?
ประโยชน์ของกล้วย
ลดน้ำหนักด้วยวิธีไหนดีกว่ากัน
ยาลดโมโหคลายอารมณ์โกรธ
คนขี้ลืมมาทางนี้มีทางแก้
อาหารชะลอตาเสื่อม
โรคลมแดด Heat Stroke โรคที่มักเกิดในช่วงฤดูร้อน
ดนตรีอัศจรรย์แห่งเสียงบำบัด
โรคธารัสซีเมีย
แพ้อากาศน้ำมูกไหล,คันจมูก,จาม
อาหารมื้อเช้า ลดความเครียด
ทำงานอย่างไรจึงไม่ล้า
มากินผักกันเถอะ
นั่งหน้าคอมพ์จนปวดคอ อย่านิ่งดูดาย
กระเพาะปัสสาวะอักเสบ
ทานอาหารครบ 5 รส ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพ
กินถั่วงอกดิบ มีโทษจริงหรือ
9 วิธีหนีอ้วน

ร้านอาหารอร่อยเมืองเถิน

อยากเก่งต้องอ่าน

สาระน่ารู้

มะเร็งผิวหนังเกิดจาก
พบระดับสาร บีพีเอ พุ่งสูงในคนกินอาหารกระป๋อง
คลิปโกลาหล ผู้คนวิ่งหนีตายภัยแผ่นดินไหวเขย่าอนุสาวรีย์วอชิงตัน
เมื่อฮาร์ดดิสก์คอมพิวเตอร์จมน้ำจะกู้ข้อมูลอย่างไร
วิธีดูแลรถไม่ให้เก่าและผุเร็ว
Mr.Bean ตอน ป่วนไปทั่ว
7 วิธีทำให้สมองฉลาดขึ้น
ดูที.วี ออนไลน์
ฝีมือขั้นเทพบินยกล้อ
หุ่นยนต์สาวที่เหมือนคนมากๆ ของญี่ปุ่น
6 เรื่องจริงเกี่ยวกับ Firefox 6
กัมมันตรังสี คุณอนันต์โทษมหันต์
วิธีรักษายางรถยนต์อย่างถูกวิธี
อ่านฉลากโภชนาการให้เป็น
ใบเสร็จสำคัญอย่างไร
ปี๋ใหม่เมืองบ้านเฮา ต้องช่วยกันรักษา
ROD STEWART - Have I Told You Lately
สวีเดนเตือนเด็กและวัยรุ่นเสี่ยงเพิ่ม 5 เท่าที่จะเป็นเนื้องอกในสมองชนิดร้ายแรงจากการใช้โทรศัพท์มือถือ
วิธีการป้องกันตนเองเบื้องต้น
คอมพิวเตอร์ ถ้าใช้ผิดวิธีต้องรับโทษอย่างไร
สร้างวินัยกับลูกด้วยความรัก
โธมัส อีดิสัน (Thomas Alva Edison)
สุดอลังการโชว์ชุด พระโพธิสัตว์กวนอิมพันกร
วิธีรับมือแก๊งค์คอลล์เซ็นเตอร์
โรควุ้นในลูกตาเสื่อม ภัยใกล้ตัวของผู้ใช้คอมพิวเตอร์
ดื่มกาแฟอย่างไร ไม่เสียสุขภาพ
เทคนิคการสร้างและรักษาประวัติข้อมูลเครดิต
ความหมาย 13 หลัก เลขรหัสบัตรประชาชนคนไทย
พายุฤดูร้อน
จมน้ำสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของเด็กไทย
สาเหตุของการเกิดคลื่นสึนามิ
ความรู้เรื่องแผ่นดินไหว
มารู้จักสัญลักษณ์แสดงความอันตรายของสารเคมี และวัสดุกัมมันตรังสี
วิธีรอดชีวิตเมื่อแผ่นดินไหว ตึกถล่มและติดอยู่ในตัวอาคาร
วิธีเลือกจอคอมพิวเตอร์ LCD
เคล็ดลับเด็ดๆสำหรับแม่บ้าน
บางสาเหตุของความอ้วน ที่คุณอาจคาดไม่ถึง
เรื่องน่ารู้สำหรับคนที่ใช้มือถือ
วิธีง่ายๆ สำหรับการประหยัดน้ำมัน
สอท.ประกาศผลข้อมูลคะแนนสูงสุด-ต่ำสุดแอดมิชชัน ปี 54
สอท.ประกาศผลข้อมูลคะแนนสูงสุด-ต่ำสุดแอดมิชชัน ปี 54 ชุดที่ 2 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

คนรักรถ

มีคลิปมาฝาก

คลิปเด่นวันนี้

บ้านน่าอยู่

ฟังเพลงฮิตดูคลิปเพลงดัง

เพื่อนนักเดินทาง

สินค้า

 กิ๊ฟชีอฟ

สวีเดนเตือนเด็กและวัยรุ่นเสี่ยงเพิ่ม 5 เท่าที่จะเป็นเนื้องอกในสมองชนิดร้ายแรงจากการใช้โทรศัพท์มือถือ

สวีเดนเตือนเด็กและวัยรุ่นเสี่ยงเพิ่ม 5 เท่าที่จะเป็นเนื้องอกในสมองชนิดร้ายแรงจากการใช้โทรศัพท์มือถือ

         ถ้าพูดถึงผลกระทบจากการใช้มือถือ มีความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งรึไม่? เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่เพราะบรรดานักวิจัยหลายๆท่านที่พยามจะออกมาเตือนก็ถูกกลบเกลื่อนไปซะทุกที จะด้วยเหตุผลเพราะธุรกิจมือถือนั้นมันมากมายมหาศาลไม่ใช่น้อย ไม่ว่าจะเป็นการขายตัวเครื่อง,ระบบเครือข่าย,ค่าให้บริการ, เหล่านี้ล้วนทำเงินให้แก่เจ้าของกิจการที่เกี่ยวข้องได้อย่างมหาศาล เพราะไม่เพียงแค่ การเป็นอุปกรณ์ในการติดต่อสื่อสารเท่านั้น แต่สิ่งที่แฝงมาด้วยนั่นคือพฤติกรรมเสพติดอุปกรณ์สื่อสาร ที่นับวันจะทวีจำนวนมากขึ้น สูญเงิน-เสียงาน-สัมพันธ์ร้าวฉาน..และอีกหลายปัญหาที่แฝงมาพฤติกรรมเสพติดอุปกรณ์สื่อสาร

        มีงานวิจัยหลายชิ้นที่สะท้อนให้เห็นว่าเด็กรุ่นใหม่ติดโทรศัพท์มือถืออย่าง หนัก ดังเช่นประเทศอังกฤษที่มีนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแมรี่แลนด์ พบว่าเด็กรุ่นใหม่ติดโทรศัพท์มือถือทุกลมหายใจเข้าออก ถ้าพวกเขาขาดมันเหมือนกับขาดแขนขาเลยทีเดียว
       
       เด็กส่วนใหญ่พึ่งพาเทคโนโลยีจนเป็นสิ่งสำคัญในชีวิต ปัจจุบันเด็กติดโทรศัพท์มือถือมากกว่าคอมพิวเตอร์ MP3 และโทรทัศน์ โดยทีมนักวิจัยได้ศึกษานักเรียนกว่า 1,000 คน ใน 10 ประเทศ ที่เข้าร่วมโครงการ The World Unplugged Project โดยให้เด็กนักเรียนอยู่โดยปราศจากมือถือหนึ่งวัน

       

       ผลวิจัยชี้ให้เห็นว่ามีเด็กมากกว่า 50% ที่ไม่สามารถทนอยู่ได้โดยไม่มีเครื่องมือสื่อสารใดๆ และกลุ่มตัวอย่างทุกคนก็รู้สึกทรมานมาก หลายคนยอมรับว่าติดโทรศัพท์เหมือนติดยาเสพติด ถ้าไม่มีมันก็อยู่ไม่ได้ พวกเขาบรรยายความรู้สึกเมื่อไม่มีโทรศัพท์ว่า สับสน กระวนกระวาย โกรธ โดดเดี่ยว ไม่มั่นคง ไม่ปลอดภัย ตกใจ หงุดหงิด ฯลฯ นั่นเป็นข้อมูลบางส่วนในอีกหลายงานวิจัยของพฤติกรรมเสพติดโทรศัพท์มือถือคราวนี้เราลองไปดูผลการวิจัยด้านสุขภาพกันบ้าง

อินดิเพนเดนท์ – ผลวิจัยใหม่จากสวีเดนเตือนเด็กและวัยรุ่นเสี่ยงเพิ่ม 5 เท่าที่จะเป็นเนื้องอกในสมองชนิดร้ายแรงจากการใช้โทรศัพท์มือถือ

นักวิจัย ระบุว่า เด็กมีความเสี่ยงมากกว่าผู้ใหญ่เนื่องจากสมองและระบบประสาทยังพัฒนาไม่เต็ม ที่ นอกจากนี้ ความที่ศรีษะมีขนาดเล็กกว่าและกะโหลกบางกว่า ยังทำให้คลื่นพลังงานจากโทรศัพท์มือถือสามารถทะลุทะลวงเข้าสู่สมองเด็กได้มากกว่า

       งานวิจัยจากสวีเดนที่เผยแพร่ต่อที่ประชุมระหว่างประเทศว่า ด้วยโทรศัพท์มือถือและสุขภาพของผู้ใช้ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกที่อังกฤษเมื่อ เร็วๆ นี้ มาจากการวิเคราะห์ข้อมูลจากการศึกษาครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งว่าด้วยความ เสี่ยงจากการแพร่กระจายคลื่นพลังงานที่เป็นต้นเหตุของมะเร็ง

        ศาสตราจารย์ เลนนาร์ต ฮาร์เดลล์ จากยูนิเวอร์ซิตี้ ฮอสปิตอลในโอเรโบร สวีเดน ผู้นำการวิจัย แถลงต่อที่ประชุมที่จัดโดยเรดิเอชัน รีเสิร์ช ทรัสต์ว่า ผู้ ที่เริ่มใช้โทรศัพท์มือถือก่อนอายุ 20 ปีมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 5 เท่าที่จะเป็นเนื้องอกในสมองชนิดร้ายแรง (glioma) หรือมะเร็งที่เกิดที่เซลล์ค้ำจุนระบบประสาท (glial cells) ขณะที่ความเสี่ยงของโรคนี้ต่อเด็กจากการใช้โทรศัพท์ไร้สายในบ้านสูงถึงเกือบ 4 เท่า

        สำหรับผู้ ที่เริ่มใช้โทรศัพท์ในช่วงเด็กหรือวัยรุ่นมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 5 เท่าที่จะเป็นมะเร็งบริเวณส่วนต่อของหูกับสมอง (acoustic neuromas) ซึ่งแม้ไม่เป็นอันตราย แต่การตัดเนื้องอกนี้จากเส้นประสาทรับเสียงอาจทำให้เกิดอาการหูตึงได้


        ในทางกลับกัน คน ที่ใช้โทรศัพท์มือถือหลังอายุ 20 ปีมีโอกาสเป็นเนื้องอกในสมองชนิดร้ายแรง เพียง 50% เท่านั้น และแค่ 2 เท่าสำหรับมะเร็งบริเวณส่วนต่อของหูกับสมอง

         ศาสตราจารย์ฮาร์เดลล์ กล่าวว่า ผลศึกษานี้ถือเป็นสัญญาณอันตราย และว่าเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีไม่ควรใช้โทรศัพท์มือถือ ยกเว้นเมื่อมีเหตุฉุกเฉิน ส่วนวัยรุ่นควรใช้อุปกรณ์แฮนด์ฟรีหรือชุดหูฟัง และควรใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อพิมพ์ข้อความเป็นหลัก

         สำหรับ คนอายุ 20 ปีขึ้นไป ความเสี่ยงจะลดลงเนื่องจากสมองมีการพัฒนาเต็มที่แล้ว ศาสตราจารย์ฮาร์เดลล์ยังยอมรับว่า อันตรายต่อเด็กและวัยรุ่นอาจมีมากกว่าที่พบในการศึกษานี้ เนื่องจากการศึกษานี้ไม่ได้แสดงผลกระทบจากการใช้โทรศัพท์มือถือระยะยาว ขณะที่มะเร็งส่วนใหญ่ใช้เวลานานเป็น 10 ปีในการก่อตัว หรือยาวนานกว่าช่วงเวลาที่โทรศัพท์มือถือเริ่มวางขายในตลาด

        งานวิจัยนี้ยังแสดงให้เห็นว่า ผู้ใหญ่ ที่ใช้อุปกรณ์สื่อสารชนิดนี้นานกว่า 10 ปีมีแนวโน้มมากขึ้นที่จะเป็นเนื้องอกในสมองชนิดร้ายแรงและมะเร็งบริเวณส่วน ต่อของหูกับสมอง อย่างไรก็ดี ศาสตราจารย์ฮาร์เดลล์ยอมรับว่า ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่แสดงให้เห็นว่าการใช้โทรศัพท์มือถือเป็นระยะเวลา ยาวนานเพิ่มความเสี่ยงสำหรับคนที่เริ่มต้นใช้ในวัยรุ่นอย่างไร จึงควรทำการศึกษาเพิ่มเติมต่อไป

        เดวิด คาร์เพนเตอร์ คณบดีคณะสาธารณสุข มหาวิทยาลัยรัฐนิวยอร์ก ที่เข้าร่วมประชุมด้วย เห็นพ้องว่า เด็กสมัยนี้ใช้โทรศัพท์มือถือกันเกร่อไปหมด ทำให้ในอนาคตสังคมอาจเผชิญวิกฤตสุขภาพจากโรคมะเร็งสมองอันเป็นผลจากการใช้ โทรศัพท์มือถือ.

ไปดูห้องแล็ปชมวิธีการวัดค่าปล่อยรังสีของไอโฟน


        มีการศึกษากันทั่ววงการแพทย์นับหลายทศวรรษที่ว่า “คลื่นมือถือ” จะเป็นตัวการก่อให้เกิด “มะเร็งสมอง” “มะเร็งต่อมลูกหมาก” หรือแม้กระทั่ง “เป็นหมัน” จริงหรือไม่?

        นักวิชาการ แพทย์ หลายคนบอกว่าใช่ แต่อีก 2 ปีต่อมาก็มีการหาหลักฐานมาหักล้างข้อเท็จจริงตรงนี้ และวงจรของมันก็กลับไปกลับมาอยู่แบบนี้ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ซึ่งไม่สามารถฟันธงอย่างเป็นทางการได้เสียที

         และล่าสุดนักวิจัยจากตุรกี ก็ค้นพบว่า การเหน็บมือถือไว้ที่เอว จะมีการเสี่ยงต่อการทำให้ความหนาแน่ของกระดูกเชิงกรานลดน้อยลง หรือทำให้กระดูกผุฟังแล้วน่าตกใจสำหรับหนุ่มๆ ที่มักจะพบมือถือไว้ตำแหน่งนั้นเสมอๆ

อย่างไรก็ดี วันนี้เราพาคุณไปพบกับ “ห้องแล็ปที่จะทดลองคลื่นรังสีของมือถือแต่ละรุ่น” ซึ่งน้อยคนจะได้มีโอกาสได้เข้าไปเยือน…

         ก่อนอื่นต้องทราบก่อนว่า ที่อเมริกา มือถือทุกรุ่นก่อนวางตลาดจะต้องมีเอกสารยืนยันว่ามือถือเครื่องนี้ผ่านการ ทดสอบการปล่อยรังสีในเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด โดยมีการทดสอบผ่านห้องแล็ปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

         และวันนี้เราจะพาคุณมาที่ห้องแล็ป Cetecom อยู่ในแคลิฟอร์เนีย อเมริกา ซึ่งไม่ได้แต่ทดสอบรังสีจากมือถือเท่านั้นแต่ยังรวมถึง เครื่องคอมพิวเตอร์พกพา โมเด็มยูเอสบี ฯลฯ

และในภาพคือการทดสอบมือถือยอดฮิตอย่าง “ไอโฟน”

         ซึ่งผลการทดสอบจะคำนวณจากอัตราที่พลังงานซึมซับเข้าไปยังเนื้อเยื้อต่างๆ ของร่างกาย เช่น ศีรษะ ซึ่งอัตรานี้จะเรียกว่า “Secific Absorption Rate (SAR)” และมีหน่วยเป็น วัตต์/กิโลกรัม

โดยค่ามาตรฐานที่กำหนดโดยสมาพันธ์ IEEE และ FCC คือ ไม่เกิน 1.6 วัตต์/กิโลกรัม สำหรับศีรษะ และ 0.008 วัตต์/กิโลกรัม สำหรับร่างกายทั้งหมด ส่วนมือ เท้า ข้อ จะไม่เกิน 4 วัตต์/กิโลกรัม


ซึ่งแน่นอนว่ายิ่งค่า SAR น้อยเท่าไหร่ ก็จะดีต่อสุขภาพของมนุษย์เราเท่านั้น

        กว่าจะเสร็จขั้นตอนการทดสอบมือถือแต่ละเครื่องก็ใช้เวลาเกือบครึ่ง ชั่วโมง และสำหรับไอโฟนรุ่น 3GS มีค่า SAR สูงสุด 1.19 วัตต์/กิโลกรัม เมื่อใช้แนบกับหู ส่วนไอโฟน 3G มีค่า SAR สูงสุด 1.18 วัตต์/กิโลกรัม นั่นก็แปลว่ามือถือไอโฟนทั้งสองรุ่นผ่านมาตรฐานที่กำหนดมาได้อย่างแน่นอน

ชมรายงานพิเศษในเรื่องนี้จากcnn

     


สาระดีๆจาก:manageronline/whatphone/cnn

ค้นหามาฝาก/เรียบเรียงบทความ:thoentoday

อ่านบทความเพิ่มเติมในหมวดเดียวกัน

 

 

 

Tags: มือถือกับมะเร็งสมอง

สมาชิก

ลืมรหัสผ่าน?
สมัครสมาชิก

ปฎิทิน

« May 2012»
SMTWTFS
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031  

นาฬิกา

Alternative content

จดหมายข่าว

อีเมล์

สถิติ

เปิดเว็บ02/11/2010
อัพเดท18/05/2012
ผู้เข้าชม436,314
เปิดเพจ580,614
สินค้าทั้งหมด6

พาเที่ยวเมืองเถิน

ดูตารางเดินรถทัวร์ใน อ.เถิน


สถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่รับนักศึกษา_รหัสคณะหรือสาขาวิชาของสถาบันต่างๆ

เถินบุรีโมโตครอส ไซเคิลครอส ครั้งที่ 1

งานสงกรานต์เมืองเถินปี54

เก็บตกกีฬา อปท.อ.เถิน ประจำปี 25254

วันเด็กเมืองเถิน

เก็บภาพไฟคริสมาสสวยๆมาฝาก
 หน้าแรก ข่าวท้องถิ่น พาเที่ยวเมืองเถิน สถานที่ราชการ บทความน่าสนใจ ติดต่อเรา